"วันชัย"ชี้ ร่างรธน. เป็นยาแรง มุ่งต้านทุจริต ขจัดพวกหากินในคราบนักการเมือง เหน็บกลุ่มโวยวายไม่ด้วย ไม่ต่างจากผีโดนน้ำมนต์
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง กล่าวว่า เท่าที่ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่ใช้ยาแรง ต้านโกง ขจัดคนชั่วคนเลวออกไปจากเวทีทางการเมือง ต้องการให้คนดีมีความรู้ความสามารถมีที่ยืนในเวทีทางการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นใครที่เป็นนักการเมืองดี ไม่โกงไม่กิน ไม่ทุจริต ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องกลัวต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ใครที่เป็นนักการเมืองทำมาหากินบนผลประโยชน์ของประเทศนี้ อาศัยคราบของการเป็นนักการเมืองแล้วแสวงประโยชน์อย่างที่เคยเป็นมานั้น นับแต่นี้จะไม่ง่ายเหมือนเก่า กระบวนการเข้าดำรงตำแหน่ง กระบวนการตรวจสอบ และกระบวนการลงโทษจะเข้ม รุนแรงและเด็ดขาด อันจะทำให้นักการเมืองดีๆมีที่ยืน มีโอกาสรับใช้ประชาชน นักการเมืองเลวจะต้องถูกขจัดออกไป ใครที่ออกมากระโดดโลดเต้นเอะอะโวยวายนั้นไม่ต่างอะไรกับผีโดนน้ำมนต์โดนข้าวสารเสกก็ตัวสั่นงันงกเป็นธรรมดา
"รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาของประเทศ เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับรู้และเข้าใจเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในหลักใหญ่ๆแล้ว คงจะรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้และประชามติก็คงจะผ่านไปได้ ที่สำคัญประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเลือกตั้งด้วยวิธีการที่ขจัดการทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถ้าทั้งรัฐบาลและกกต.ร่วมมือกันทำให้สัมฤทธิ์ผล ประกอบกับมาตรการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เข้มแข็งเด็ดขาดและเมื่อผลเลือกตั้งออกมาแล้วประชาชนทั้งประเทศจะยอมรับได้ ดังนั้นหัวใจที่สำคัญคือการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม เมื่อทำอย่างนี้ได้แล้วรัฐธรรมนูญฉบับที่ออกมานั้นจะเป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ สัมผัสได้ มีการปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม"นายวันชัย กล่าว
นายวันชัย กล่าวอีกว่า ในที่สุด กมธ.ขับเคลื่อนฯด้านการเมืองได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดและเมื่อเห็นร่างรัฐธรรมนูญฯและฟังคำชี้แจงจากกรธ.แล้วเห็นประเด็นใดที่ยังน่าจะต้องแก้ไขปรับปรุงก็จะร่วมกันเสนอแนะให้เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งกรธ.ก็บอกแล้วว่าพร้อมจะรับไปพิจารณาหาทางแก้ไขเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เมื่อแม่น้ำทั้ง 5 สายมีเข็มมุ่งเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแล้ว จึงไม่ต้องวิตกกังวลต่อคำวิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีสารพัดเรื่องของนักการเมืองหน้าเดิมๆที่แต่ละคนตื่นขึ้นมาก็ตั้งหน้าตั้งตากล่าวหาและโจมตีอย่างเดียวโดยไม่ดูข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ซึ่งคนพวกนี้กำลังจะตกจากเวทีการเมืองด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมา


