“กรธ.”ปรับเนื้อหาในร่างรธน. ให้เป็นฉบับที่ปฏิบัติใช้ได้จริง-กินได้ “โฆษก กรธ.” เผย “มีชัย” เครียด-ไม่สบาย แต่ยังไม่หยุดทำงาน
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในวาระทบทวนถ้อยคำและเนื้อหาความเชื่อมโยงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนมาถึงหมวดว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์แล้วหรือประมาณเลขมาตราที่ 187/3 โดยหมวดดังกล่าวยังคงสาระสำคัญเพื่อวางมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส., ส.ว. นายกฯ และรัฐมนตรี ที่ต้องไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ขัดกับผลประโยชน์ เช่น ห้ามก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ราชการ, การโยกย้าย, การประกอบธุรกิจ ส่วนกรณีที่กรธ.ไม่ได้ห้ามส.ส. ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้นการเขียนบทว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ได้วางขอบเขตการทำงานที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่เช่นการห้ามส.ส.เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ แต่เมื่อส.ส.เป็นรัฐมนตรีด้วยจะถูกกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน เป็นต้น ดังนั้นในสัปดาห์หน้า วันที่ 25 ม.ค. ที่ประชุมจะเข้าสู่หมวดศาล หมวดองค์กรอิสระ หมวดอัยการ หมวดแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่คาดว่าจะมีประเด็นพิจารณาอีกเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นประมาณวันที่ 26 ม.ค. ที่ประชุมจะเข้าสู่การพิจารณาบทเฉพาะกาล
“บทเฉพาะกาลนั้น โดยโครงสร้างจะประกอบด้วย การรับรองการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ การปฏิบัติหน้าที่และระยะเวลาดำรงอยู่ของคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บทว่าด้วยการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เป็นต้น โดยส่วนตัวมองว่าในเนื้อหาควรกำหนดประเด็นของการทำคดีขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีที่การตรวจสอบคดีของผู้ที่กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ สถานะของคดีที่ถูกสอบจะเป็นอย่างไร จำเป็นต้องเขียนกำหนดไว้เพื่อไม่ให้มีปัญหา ส่วนเรื่องการกำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องมีองค์กรหรือคณะใดมาดูแล เพราะเรามีรัฐบาลชุดปัจจุบันรักษาราชการและดูแลประเทศได้อยู่แล้ว” นายอุดมกล่าว
ด้านนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวถึงภาพรวมการทบทวนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาว่า กรธ.โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. วางเจตนาที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นสิ่งที่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง หรือเรียกว่าสามารถจับต้องหรือกินได้และไม่เป็นการสร้างความลำบากให้กับการทำงาน เช่น ประเด็นที่เกี่ยวกับการชี้นำสื่อมวลชน ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญกำหนดหน้าผู้มีอำนาจไปดำเนินการลักษณะดังกล่าว แต่ที่ประชุมได้หารือว่ากรณีที่สื่อมวลชนนำเนอข่าวที่คลาดเคลื่อน แล้วผู้มีอำนาจนั้นบอกให้แก้ไขข่าวให้เป็นไปตามความจริง จะเรียกว่าเป็นการไปชี้นำหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เป็นต้น ขณะที่บทเฉพาะกาลนั้น ได้มีการหารือเบื้องต้นว่าอาจมีบัญญัติกรณีที่กำหนดกรอบเวลาปฏิบัติงานที่คาบเกี่ยวหลังร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ที่อาจมีองค์กรในรัฐธรรมนูเพื่อการดูแลการดำเนินงาน ลักษณะของการนับเวลาเพื่อให้เรื่องที่ร่างรัฐธรรมนูญเขียนรายละเอียดไว้สามารถทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่รายละเอียดที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไรนั้น ที่ประชุมต้องหารือกันอีกครั้ง
“ยอมรับว่าช่วงปรับปรุงเนื้อหา 3-4 วันที่ผ่านมา ที่ประชุมเครียดมาก โดยเฉพาะท่านมีชัยที่มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และทราบข่าวจากลูกสาวด้วยว่าท่านไม่สบาย มีอาการท้องเสีย แต่จนถึงตอนนี้ท่านพร้อมทีมงานยังไม่ได้หยุดเพื่อพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้ดีที่สุด” นายอมร กล่าว




