วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงกำหนดการ'ประยุทธ์'ลงพื้นที่นครสวรรค์-ชัยนาท

"รัฐบาล" แจงกำหนดการ "พล.อ.ประยุทธ์" ลงพื้นที่นครสวรรค์-ชัยนาท เผยนายกฯ จะไปตจว.ทุกเดือนเพราะไปแล้วอารมณ์ดี

พันเอกอธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีภารกิจจะเดินทางไปเยี่ยมจังหวัดนครสวรรค์และชัยนาท โดยมีรัฐมนตรีบางส่วนเดินทางไปด้วย อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยช่วงเช้านายกฯมีกำหนดการเดินทางไปที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์     โดยที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นตัวอย่างของการดำเนินนโยบายประชารัฐ ที่เป็นความร่วมมือของประชาชนและภาครัฐ ที่ทำการช่วยเหลือตั้งแต่ต้นทาง  กลางทางและปลายทาง โดยต้นทางเป็นเรื่องของการรัฐเข้าไปช่วยเหลือความรู้ให้เกษตรกร โดยเฉพาะในการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ให้ผลิตภัณฑ์ เมล็ดพันธุ์พืชในการผลิต ส่วนกลางทางคือการแปรรูปให้สินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า ส่วนปลายทางคือการจัดหาตลาดให้เกษตรกร     สำหรับกำหนดการช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปที่โครงการฟื้นฟูสระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นการติดตามนโยบายประชารัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนร่วมบริจาคพื้นที่และรัฐบาลเข้าไปดำเนินการขุดบ่อเก็บน้ำเพื่อรองรับปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น

ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกฯจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง2จำนวน4จังหวัด คือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตรและอุทัยธานีที่มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ในเวลา10.30น. เพื่อหารือในประเด็นการบริหารจัดการภัยแล้งในกลุ่มจังหวัด และรับทราบความคืบหน้ามาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็ก ที่จะเกี่ยวข้องกับกองทุนหมู่บ้าน การส่งเสริมความรู้ระดับหมู่บ้านและตำบล รวมถึงรับฟังปัญหาของเอกชนในพื้นที่ด้วย

“ซึ่งการเดินทางไปเป็นเพียงการเดินทางไปรับทราบความคืบหน้าของงาน ไม่ได้มีการอนุมัติงบประมาณแต่อย่างใด และการเดินทางไปเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่จะให้มีการเยี่ยมชม ลงพื้นที่ เพื่อพบประชาชนและติดตามงานของรัฐบาล รวมถึงรับฟังปัญหาของประชาชน และปัญหาเพื่อนำมาแก้ไข”พันเอกอธิสิทธิ์ กล่าว 

ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวอีกว่า การติดตามปัญหาภัยแล้งเป็นไปตาม8มาตรการที่รัฐบาลเคยประกาศไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว เพราะรัฐบาลได้เตรียมการเพราะคาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีภัยแล้งในปีนี้ ซึ่ง8มาตรการได้มีการมอบนโยบายให้ส่วนภูมิภาคไปดำเนินการ ทั้งนี้พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนการปลูกพืชจากข้าวมาเป็นข้าวโพด ถั่วเขียว พืชใช้น้ำน้อย ลดการทำนาปรัง และมีการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งจะเรียกว่าเป็นนครสวรรค์โมเดลก็ได้

“นายกฯจะเดินทางไปต่างจังหวัดทุกเดือน เพราะช่วงที่ผ่านมานายกฯมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ไปประชุมเยอะและมีโอกาสได้ลงไปต่างจังหวัด ก็มีโอกาสได้เจอกับประชาชน ได้ไปคุยได้เห็นประชาชนว่าเขาเป็นอยู่อย่างไร ปัญหาเขามีอะไร อีกทั้งเมื่อลงพื้นที่นายกฯจะอารมณ์ดีเมื่อได้เจอประชาชน ท่านจะอารมณ์ดีแล้วนำปัญหากลับมาคิดว่าจะต้องทำอะไรต่อไป” พันเอกอธิสิทธิ์ กล่าวเเละว่า นายกฯจะเดินทางไปต่างจังหวัดทุกเดือนกระจายไปตามภูมิภาคตามสถานการณ์ วัตถุประสงค์คือติดตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาล ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาและคำแนะนำ เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีกำหนดการว่าจากครั้งนี้แล้วจะไปที่ไหนต่อ

เมื่อถามว่าแสดงว่านายกฯอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลแล้วเครียดใช่หรือไม่ พันเอกอธิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่เครียดหรอก แต่เป็นธรรมดาที่ต้องคิดทุกอย่าง คิดตลอดเวลา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    สำหรับกำหนดการอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีนั้น ในวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2558 เวลา 7.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดการออกเดินทางจากพล.ม. 2 รอ. เพื่อเดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลินสินค้าเกษตร หมู่ 4 ตำบลบึงปลาทู  อำเภอบรรพตพิสัย   จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการมาตรช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงภัยแล้ง 8 มาตรการ ได้แก่ 1. มาตรการส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน2. มาตรการชะลอหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน3. มาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร4. มาตรการเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง 5.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ 6. มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน7. มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและ 8. มาตรการสนับสนุนอื่น ๆ ทั้งนี้ เกษตรกรตำบลบึงปลาทู ได้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้น เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรัง เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นต้นและทำนาแบบเปียกสลับแห้งซึ่งภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิต พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้ความรู้วิธีการปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย รวมถึงประสานงานด้านการตลาดรับซื้อผลผลิต และจัดตลาดจำหน่ายผลผลิตให้กับเกษตรกร จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะได้ใช้เวลาพบปะประชาชนเพื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาที่ต้องการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะมอบกุญแจรถตักข้าวเปลือกให้ตัวแทนสหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จำกัด ตามโครงการจัดหาเครื่องจักรกล ตามมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จังหวัดนครสวรรค์

จากนั้น เวลาประมาณ 10.30 น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ห้องประชุมประพันธ์ศิริ ชั้น 2 อาคารสำนักบริหารจรูญ–หทัย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่วนกลาง และคณะกรรมการกรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2(นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี)เพื่อประชุมหารือถึงการบริหารจัดการภัยแล้งในพื้นที่กลุ่มจังหวัด และรับทราบความคืบหน้าการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล เช่น กองทุนหมู่บ้าน และมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดชัยนาท เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูสระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ 400 ไร่ ซึ่งประชาชนได้ร่วมกันบริจาคที่ดินเพื่อขุดสระเก็บน้ำดังกล่าว และเป็นโครงการที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามมาตรการข้างต้นของรัฐบาล ทั้งนี้ การเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์มายังจังหวัดชัยนาทโดยเฮลิคอปเตอร์ นายกรัฐมนตรีจะได้บินสำรวจดูสถานการณ์น้ำในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวด้วย ก่อนกลับนายกรัฐมนตรีจะใช้เวลาพบปะกับประชาชนที่มารอต้อนรับที่พื้นที่โครงการด้วย