เสวนา "เหตุระเบิดราชประสงค์.." 3 สมาคมสื่อฯ หนุนวางกฎกติกาสื่อใหม่ จากบทเรียนบึ้มกลางกรุง
เหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมและท่าน้ำสาธรเมื่อปลายปี 2558 ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงและสร้างความเสียหายอย่างมาก จากเหตุการณ์นี้ทำให้เห็นกระบวนการทำงานของสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ในการนำเสนอข่าวไปในทิศทางที่แตกต่างกันไป
ทำให้สมาคมนักข่าวหนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, มีเดียมอนิเตอร์ และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดงานเสวนา หัวข้อ “เหตุระเบิดราชประสงค์...สื่อและสังคมได้อะไร”
นางสกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่ปรึกษามีเดียมอนิเตอร์ ได้พูดถึงผลงานของโครงการมีเดียมอนิเตอร์ถึง เรื่อง “การนำเสนอของสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ ในระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมและท่าน้ำสาธร กับเหตุการณ์จับผู้ต้องสงสัย” ที่เป็นโครงงานศึกษาการสื่อสารของบุคคลทั่วไป บนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ และการนำเสนอข่าวและการกำหนดกำหนดกรอบในการนำเสนอของสื่อในภาวะวิกฤตและช่วงที่จำกุมคนร้าย โดยใช้หน่วยการศึกษาในการเก็บข้อมูลคือทวิตเตอร์และพันทิป สื่อโทรทัศน์ และสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์
จากการศึกษาของข้อมูลมีเดียมอนิเตอร์จากทวิตเตอร์และพันทิป จะเห็นว่าโทนอารมณ์ของผู้ใช้สื่อออนไลน์ทั้งสองสื่อจะสูงมากในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ และขึ้นอยู่กับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับในช่วงนั้น ดังนั้นสื่อจึงต้องตระหนักเป็นอย่างมากในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอออกไป ในส่วนของการศึกษาการรายงานข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ จะเห็นว่า สื่อออนไลน์ให้ความสำคัญกับการนำเสนอที่ต่อยอดจากความคิดเห็นของคอลัมนิสต์ และผู้สื่อข่าวที่เขียนบทความวิเคราะห์วิจารณ์ ในส่วนของการรายงานจะเน้นให้อารมณ์ความรู้สึก
นางสกุลศรี กล่าวต่อว่า ด้านการรายงานข่าวทางสื่อโทรทัศน์ จะมีลักษณะการรายงานที่เหมือนกับหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ต่างกันตรงที่สื่อโทรทัศน์จะให้ความสำคัญของการนำเสนอข้อเท็จจริงต่างจากสื่อออนไลน์ที่เน้นการวิพากษ์วิจารณ์
ด้าน ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณะบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ผลการศึกษาของโครงการมีเดียมอนิเตอร์ ว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะในยามวิกฤติหรือแม้กระทั้งประเด็นข่าวใหญ่ๆ ก็สามารถนำโครงการนี้ไปประยุกต์ใช้ในงานข่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความเด่นของโครงการศึกษานี้คือ เป็นการศึกษาหน่วยการศึกษาหลายช่องทาง และเลือกนำเสนอในด้านของผู้รับสารว่ามีความสนใจอย่างไรในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นโครงการที่ให้ข้อมูลที่ระเอียดและมีความหลากหลายด้าน
ในส่วนของท้ายงานมีการเสวนาในประเด็นเรื่อง “ถอดบทเรียนและข้อสรุปข้อเสนอต่อแนวทางปฏิบัติ” นำโดย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับ นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ น.ส.กนกพร ประสิทธิ์ผล นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวข่าวออนไลน์
โดยมองเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่สื่อต้องทำคือการทำหน้าที่มากขึ้นกว่าเดิม ต้องมีการพูดคุยวางแผนอย่างเป็นระบบ พร้อมรับกับเหตุการณ์หากมีการเกิดขึ้นอีกครั้ง สื่อปัจจุบันยอมรับกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น และพร้อมที่จะแก้ไขหากเกิดข้อผิดพลาด โดยข้างหน้าหากมีการตั้งกฎกติกาควบคุมการนำเสนอหรือการรายงานข่าวของสื่อ เพื่อให้เกิดการเท่าเทียมและนำเสนอข้อมูลไปในทางเดียวกัน เหตุการณ์การณ์ที่สมาคมนักข่าวฯ จะออกจดหมายแจ้งเตือนการทำงานคงมีน้อยลงจากแต่เดิม
“ในภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ จริงๆ แล้วกติกาที่ควบคุมสื่อแท้จริงมีอยู่แล้วทั้งกรอบของจริยธรรมและข้อกฎหมาย แต่อาจจะถูกละเลยไป เพราะในสภาวะที่เกิดการแข่งขันสูงทำให้สื่ออาจลดความสำคัญลง ดังนั้นสื่อควรมีจิตสำนึกที่ต้องแก้ไข อย่างไรก็ตามในวันที่ 24 ม.ค. ที่จะถึง สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจะพูดคุยถึงการกำกับดูแลตัวเองของสื่อหนังสือพิมพ์ให้เป็นเอกภาพในการดูและตัวเอง เพื่อที่จะกำหนดกติการ่วมกันในอนาคต” นายวันชัย กล่าว





