วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'สั่งวางกลไกให้รัฐบาลหน้า รับไม้ต่องานปฏิรูป

"ประยุทธ์"สั่งวางกลไกให้รัฐบาลหน้า รับไม้ต่องานปฏิรูป ลั่นตัวเอง"แฟรงค์ที่สุดแล้ว" ไม่อยู่สืบทอดอำนาจ สั่งทำอินโฟกราฟฟิคแจง 11 กิจกรรมปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงงานปฏิรูปในภาพรวมภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า ตนก็บอกว่า เราทำแค่ปี 2560 เราเขียนภาพรวมทั้งหมดทั้งเรื่องน้ำ การจัดที่ดินทำกิน ทั้งหมดของประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งหมด 11 กิจกรรม จะถอดออกมาว่าใช้งบประมาณเท่าไรอย่างไร ไม่ใช่ว่าทั้งหมดอยากได้รถไฟทุกเส้นทางทั้งหมดก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน ซึ่งต้องกู้อีกเยอะ และภาระเก่าก็ยังมี ดังนั้นจะเริ่มต้นให้ เช่น ระยะอาจจะได้เส้นทางจากนี้ไปก่อน ต่อไปก็เขียนแผนเอาไว้ เพราะที่ผ่านมางบประมาณจำกัดและเป็นงบฟังชั่นที่ไม่เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตามวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง การลงทุนเศรษฐกิจไม่ใช่ว่าต่างคนต่างลงทุนตามเส้นทางเดิม แต่จะกำหนดพื้นที่ที่เขาพร้อมและมีศักยภาพอยากจะมา เราก็ต้องหาเส้นทางให้ และต้องปรับตัว ดังนั้นเราต้องปรับนโยบายเดิมว่า อันไหนควรทำต่อ อันไหนควรส่งเสริมเป็นนโยบายเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องของการปฏิรูป    

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า พยายามขับเคลื่อนก็ขอให้ช่วยกันสร้างการรับรู้ก็แล้วกันว่า  นี่คือการปฏิรูประยะที่ 1 ตั้งแต่ 2557-2561 ที่กำลังทำอยู่นี่ไง เพราะถ้าถึงปี 2560 ตามโรดแม็ป เพื่อให้คนอื่นมาทำต่อ แต่จะเขียนให้เขาทำ แต่เขาจะทำหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา เพราะจะมีเงินหรือไม่มี ทั้งระบบการตรวจสอบกำกับดูแลว่าจะทำหรือไม่ก็ไปคิดกันมา ดังนั้นนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีรัฐธรรมนูญอะไรที่มีความแตกต่างหรือไม่ มันจำเป็นที่จะต้องมีใครมากำกับตรงนี้หรือเปล่า แต่ก็ไม่ใช่เป็นการไปล็อคสเปคเขาว่าต้องทำตามนี้ ก็แล้วแต่เขา ขอให้เข้าใจด้วย เพราะจะได้ไม่มาเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) คนหนึ่งก็จะเอาอิสระเสรี อีกคนหนึ่งก็ต้องขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่ตน แต่ประชาชนเขาต้องการ เขาจะได้เห็นอนาคตของเขา หรือยังไม่รู้อนาคตอะไรข้างหน้า ถ้าเราไม่รู้ลูกหลานเราจะยิ่งหนัก ว่าอีก 10 -20 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงยังไง เขาจะได้พัฒนาตัวเอง  

"ถ้าเราเขียนยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนทุกกระทรวง เขาก็จะปฏิรูประยะที่ 1 กับเรา ทำตามที่คุยไว้ แล้วไปเสนอรัฐบาลใหม่ ถ้าเขาไม่ทำจะทำยังไง ก็ไปหากลไกมา ถ้ามันดีก็จะต้องทำเท่าที่ทำได้ แต่รัฐบาลนี้จะสร้างปัญหาให้น้อยที่สุด เพราะผมบอกว่านี่แฟรงค์ที่สุดแล้วที่สุด ไม่ต้องการไปสืบทอดอำนาจอยากอยู่อยากอะไรหรอก อยู่ที่ประชาชนว่าอยากได้อะไรก็ดูให้เขาหน่อยสินะ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

ส่วนผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเรื่องสำคัญที่อยากให้เข้าใจว่าไม่ใช่แค่เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเดียว แต่เป็นภาพของเศรษฐกิจของไทยที่จะต้องปฏิรูปทั้งระบบ รวมถึงการค้าการลงทุนในพื้นที่ที่ปกติมีอยู่แล้วในส่วนของบีโอไอ แต่ก็นำเรื่องเขตเศรษฐกิจไปเสริมโดยนำหลักการของสหประชาชาติและประชาคมอาเซียนเข้ามาร่วมด้วยว่า ต้องสร้างความเชื่อมโยงฐานของระบบแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน อาเซียนก็มีเขตเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ส่วนของเราก็โยงมาสู่ประชารัฐ 

"ดังนั้น ต้องเข้าภาพนี้ก่อน จะตีเป็นเรื่องๆไม่ได้ ผมได้สั่งให้เขาทำอินโฟกราฟฟิคเรื่องนี้แล้ว ว่า11กิจกรรมของประเทศอยู่ตรงไหน ไม่เช่นนั้นเราจะสร้างความเข้าใจไม่ได้ เพราะทั้งหมดยึดโยงเป็นพวงเดียวกันทั้งประเทศ นี่คือการทำงานการปฏิรูปโครงสร้าง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ในที่ประชุมวันนี้มีการพูดกันเรื่องจัดหาพื้นที่และระบบสาธารณูปฏโภคไปถึงไหนแล้วมีความหน้าอย่างไร เรื่องสิทธิประโยชน์ที่ต้องชัดเจน และเรื่องราคาเช่าที่ดินทั้งในส่วนนิคมอุตสาหกรรมและเอกชน โดยนำข้อห่วงใยที่นึกถึงประชาชนเจ้าของพื้นที่ โดยมีการเพิ่มในเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอีในพื้นที่ให้ได้ประโยชน์ด้วย จะหาว่านำธุรกิจจากข้างนอกไปแทรกธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งก็ต้องดูเรื่องของศักยภาพและขีดความสามารถด้วย ซึ่งจะมีการจัดหาพื้นที่ให้ 

เมื่อถามว่าการเดินหน้าเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมาย โดยขอให้มองเป้าหมายอันดับแรกคือการทำจะอะไรให้เร็วขึ้นไม่ว่าอะไรเป็นการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากข้อกฎหมายก่อนว่า กฎหมายเดิมว่าอย่างไรจะต้องทำข้อกฎหมายใหม่หรือไม่ ถ้าทำกฎหมายใหม่ที่จะทำให้เกิดผลจะต้องผ่าน3วาระของกรรมาธิการฯอย่างที่ทุกกระทรวงดำเนินการตามขั้นตอน ที่อาจจะไปแก้ไขกันในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้อีก แต่อะไรที่จำเป็นต้องใช้ก่อนก็จะใช้มาตรา 44 ไปก่อนเพราะมันช้า ส่วนพระราชบัญญัติก็กำลังดำเนินการตามไป ส่วนอันดับที่สองคือเรื่องของงบประมาณที่จะต้องใช้ เช่น ในการทำถนนหนทาง สะพาน ที่หากเห็นตัวเลขแล้วจะตกใจ