วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ เปรียบครูเป็นแพขนานยนต์ไม่ใช่เรือจ้าง

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ เปรียบครูเป็นแพขนานยนต์ไม่ใช่เรือจ้าง ขอแรงช่วยสอนคนให้เคารพกฎหมาย สั่งศธ.หาวิธีให้คนลงประชามติให้ได้90%

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานในพิธีการงานวันครูครั้งที่60ปี2559ที่หอประชุมคุรุสภา ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติ และ ประกาศเกียรติคุณผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ และผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติ ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนคุณภาพของผู้เรียนที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์  รณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญของครู พร้อมร่วมรำลึกถึงพระคุณครู และร่วมกิจกรรมการจัดงานวันครู เพื่อธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ถวายเครื่องราชสักการะ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่6และวางพวงมาลัยสักการะปฐมบูรพาจารย์ ศรีษะครู7ศรีษะพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีคารวะครูอาวุโส โดยกราบคารวะพร้อมมอบของที่ระลึกแด่นายเจริญ ทั่งทอง อดีตครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ วัย79ปี และนางธานี คุ้มชนะ อดีตครูวิชาภาษาไทย และสังคมศึกษา วัย75ปี ซึ่งเป็นครูของนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่2โรงเรียนวัดนวลนรดิศ   จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ถวายโล่รางวัล ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ แก่พระครูปลัดสุวัฒนบัณฑิต เจ้าคณะอำเภอป่าโมก เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง และพระมหาวุฒิชัย หรือ ว.วชิรเมธี  ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบโล่รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติระดับประเทศตามลำดับ

ต่อมานายกรัฐมนตรี ได้อ่านกลอน “ครูคือใคร” ของ ว.วชิรเมธี ว่า“ครูคือใคร ใครคือครู ใครรู้บ้าง คือผู้สร้างศิษยาให้กล้าหาญ คือผู้บ่มดวงวิญญาณ์วิชชาการ คือผู้ดาลดลสุขผู้ปลุกใจ คือพระพรหมผู้รังสรรค์บันดาลโลก ผู้นำโชคนำทางสว่างไสวผู้ยกระดับมนุษย์วุฒิไกร ผู้จุดไฟแห่งปัญญาแด่นาคร คือผู้เป็นมิ่งมิตรที่ศิษย์รัก ผู้เป็นหลักปวงประชากล้าสั่งสอน ผู้เป็นพระอรหันต์หมั่นอาทร ผู้ทุกข์ร้อนห่วงใยไม่สร่างซา คือผู้ทรงเกียรติของครูกูรูแก้ว ผู้เพริศแพรวภูมิธรรมส่ำศึกษา ผู้รับใช้มวลมนุษย์วิสุทธา ผู้เป็นปาจารย์เอกดิเรกคุณ ครูคือใคร ใครคือครู ใครรู้บ้าง ใครครูสร้างจนเด่นดีมีสุขสุนทร์ อย่าลืมครูลืมใครผู้ใจบุญ อย่าลืมทุนแห่งชีวิตที่ติดครู !"

จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันหนึ่งที่มีความสุขที่ได้ระลึกถึงคุณแม่ที่เป็นคุณครู และในโอกาสวันครูที่ตนได้กราบครูทั้งสองท่านจากวัดนวลฯแล้ว ตนก็ได้กราบขออโหสิกรรมจากครูด้วย ที่ตนได้ดื้อมาตั้งแต่เด็กและได้กราบขอบคุณที่ได้วางพื้นฐานที่ดีมาให้ตั้งแต่เด็กจนมีวันนี้ได้วันนี้ไม่ใช่เป็นแค่เป็นวันครู แต่เป็นวันสำคัญของชาติที่จัดมาแล้ว60กว่าปี ส่วนวันครูมีทุกวันในใจของครู ของผู้บริหาร รัฐบาลและทุกคนจากนี้เป็นต้นไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยว่า อย่างไรก็ตามทุกคนจะต้องเริ่มต้นพัฒนาบ้านเมือง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ต้องวุ่นวายเสียเวลาอยู่กับเรื่องปรองดอง ขอให้ช่วยกันเริ่มต้นปีใหม่นี้ไปเรื่อยๆด้วยดี และขอกราบนมัสการดูเรื่องพระสงฆ์ด้วย อย่างที่ตนเคยพูดแล้วว่าปัญหารัฐบาลมีหลายเรื่องเหมือนมีทั้งระเบิดเพลิง ระเบิดเวลา ถ้าไม่เดินเข้าไปเหยียบไม่ทำก็ไม่โดน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำรวม ถึงอย่างไรจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้นนั่นคือประเด็นสำคัญ เรื่องของพวกครูรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่ให้ดีที่สุด เราผลีผลามอะไรมากไม่ได้ดังนั้นต้องช่วยกัน ส่วนคำขวัญของวันครู “อนาคตก้าวไกล ด้วยครูดี มีคุณภาพ” นั้น ตนเขียนคำว่าอนาคตเหมือนกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ที่จะมีความเชื่อมโยงกัน

พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า“ ตนมีพ่อแม่เป็นครูจบมาแล้วก็เป็นครูของตน เป็นครูทหาร ผู้บังคับบัญชาและตนเป็นลูกน้อง ที่มีการสอนสั่งมาตลอดและตนก็เรียนรู้มาตลอดชีวิตในเรื่องของพื้นฐานจนจบราชการ จึงขอฝากครูในเรื่องของการสอนวิชาการ คือการสอนให้เขาดูแลบ้านเมืองให้สะอาด ต้นไม้ ขยะ  ถนนหนทางจะทำเเละดูแลอย่างไร ต้องเข้าใจแบบนี้ รวมถึงเรื่องการสร้างความเข้มแข็งของประเทศทั้งหมดการสอนจากครูทั้งสิ้น ดังนั้นอนาคตของประเทศชาติอยู่กับครูทั้งหมด”

นายกรัฐมนตรี ถอนหายใจแล้วก็กล่าวว่า  “ปีนี้ตนตั้งใจจะเป็นเด็กดีของครู เป็นนายกรัฐมนตรีที่ใจเย็น พูดเพราะแต่ก็ได้แค่10วันเท่านั้น เพราะเวลาอ่านข่าวจากโซเชียลมีเดีย ถ้าจะให้ชัดเจน รบกวนนักข่าวช่วยเขียนคำถามด้วยว่าถามว่าอะไร ทำไมตนถึงโมโห แต่ยืนยันว่าตนรักสื่อไม่ได้เกลียดเขาเลย แต่ก็ต้องมีการต่อสู้กันบ้านในเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นธรรมดา แต่วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองมันไม่ปกติซึ่งตนคิดว่ามันยังไม่ปกติ ยังขัดแย้งทุกหย่อมหญ้า ทุกอย่างพยายามจะทำให้สงบอย่างยั่งยืนทุกมิติ”

พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ครูคือพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ คือเรือจ้าง แต่เป็นแค่เรือจ้างไม่ได้แล้ว และไม่ใช่เป็นเรือแป๊ะ ต้องเป็นแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ ที่ต้องช่วยกันค้ำถ่อไปด้วยกัน ไม่ใช่ตนเอาคนทั้งประเทศ70ล้านคนไปได้ทั้งหมด แล้วตนแจวคนเดียวมันไปไม่ได้หรอก ก็จะเกยตื้นแบบนั้น ถ้ายิ่งน้ำลดมันแล้งก็ไปไม่ได้  ส่วนบทบาทของครูนอกจากเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์แล้วคือการสอนนักเรียนเพราะพวกเขาคืออนาคตของชาติใน20ปีข้างหน้า จึงต้องเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติก่อน ซึ่งใครก็ตามที่เข้ามาในการบริหารราชการแผ่นดินต้องพยายามเดินตามยุทธศาสตร์ให้ถูกต้อง ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ยุทธศาสตร์สำหรับครูและนักเรียนเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ทำเพื่อชาติ และการที่ตนเข้ามาแบบนี้ตนก็ต้องมองถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ประชาชน ข้าราชการ การเมือง ทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการพัฒนาประเทศเพื่ออนาคต

“ดังนั้นเราอยู่แพลำเดียวกันจะแตกแถวกันไม่ได้ ถ้าแตกแถววันนี้ วันข้างหน้าจะแตกมากกว่านี้อีก”พลเอกประยุทธ์ กล่าว

ส่วนเรื่องปัญหาการศึกษาที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่โทษใครเลย ทุกอย่าง แต่ผู้กำกับดูแลฝ่ายการเมืองจำเป็นจะต้องดูละเอียดให้มากกว่าเดิม ทำอย่างไรจะให้ทั้ง5แท่งของระบบการศึกษา ทำงานร่วมกันให้ได้ โดยกำหนดเป้าประสงค์ที่ต้องการตามโรดแมพและระยะเวลาที่กำหนด ให้หาเรื่องที่จะทำร่วมกันได้ เพราะวันนี้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าไม่ได้เพราะทุกคนยังนึกถึงตัวเอง วันนี้ต้องไม่นึกถึงตัวเอง ไม่นึกถึงอำนาจ ไม่นึกถึงผลประโยชน์ แต่ขอให้คิดถึงชาติ ซึ่งตนคิดแบบนี้ ทำเพื่อคน70ล้านคน ที่ตนต้องดูแล ขับเคลื่อนให้เขามีอนาคตในเวลาที่ตนเหลืออยู่

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้สื่อโซเชียลมีเดียมันกว้างไกล เมื่อนำเสนอออกไปแล้วก็แก้ไขไม่ได้ ซึ่งประเทศไทยใครส่งมาก่อนก็จะเชื่อกันหมด แม้ว่าไม่ถูกต้องและมีการแก้ไขมาทีหลังก็ไม่เชื่อ ตรงนี้คือสิ่งที่อันตรายมากต่อบ้านเมืองของเรา ที่ทำให้คนดีๆลาออก ครูดีๆเออรี่หมด เพราะไม่เข้าใจและต่างคนต่างโทษกันไปมาก็เลยเสียกันทั้งระบบ วันนี้ต้องมาช่วยกันสร้างความไว้วางใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวง เพื่อผลประโยชน์ที่เป็นธรรม

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อครูมีหน้าที่ต่อนักเรียนแล้ว นักเรียนก็ต้องมีหน้าที่ต่อครู ต้องกตัญญู และดูแลครู ถามครูว่าวันนี้จะช่วยอะไรครูได้บ้าง ต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ ส่วนครูก็ต้องลดภาระที่ไม่จำเป็นออกไป ไหนจะต้องมีการประเมินเยอะแยะไปหมด แม้จะประเมินแล้วก็อยู่เท่าเดิมเสียเวลาด้วย ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ว่าอยู่กับนักเรียนแล้วนักเรียนรักครูไหม มีปัญหาอะไรทำไมถึงไม่เรียน นักเรียนเรียนจบเท่าไร ได้รับปริญญาเท่าไร ไม่ใช่ให้พวกเขาสอบผ่านอย่างเดียว เพราะถ้าผ่านอย่างเดียวก็คงจะผ่านทั้งหมด พอตนพูดแบบนี้เดี๋ยวก็จะให้ผ่านกันหมด ดังนั้นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ที่ต้องเกณฑ์คนมาเรียน เพราะบางคนพูดกันไม่เข้าใจ อ่านหนังสือก็ไม่ออก และให้ครูทุกคนช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้คนทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสได้เรียนรู้ในทุกช่องทางที่มีอยู่รวมทั้งสอนให้รักการอ่าน และอ่านแล้วต้องรู้จักคิด และอ่านในเรื่องที่น่าสนใจ

“ไม่ใช่อ่านแต่เรื่องดารา ที่ดูข่าวเมื่อเช้าที่มีข่าวดาราตบทะเลาะกันเรื่องหมา ซึ่งนี่คือ80%ของข่าว ซึ่งควรจะมีทั้งข่าวร้ายและข่าวดี ข่าวไม่ดีก็แยกออกไป ส่วนข่าวดีก็แยกออกมาเป็นเรื่องความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาว่าผมทำอะไรไปบ้าง ต้องช่วยกันสร้างความปรองดอง สื่อเขียนแบบนี้ได้หรือไม่ ต้องช่วยกันนะ เพราะผมบังคับเขาไม่ได้”พลเอกประยุทธ์ กล่าวและว่า   พวกเราต้องช่วยกัน ทั้งครู ประชาชน ผู้ปกครอง ข้าราชการ ต้องช่วยกันสร้างความปรองดอง ในจิตใจ ในตัวบุคคล ในกลุ่มงาน ส่วนเรื่องการทุจริตก็ว่ากันไปอีกทาง ถ้าเอาสองทางมารวมกันก็ไปไม่ได้ ทุกอย่างในประเทศจะพัง และถ้าพังอีกรอบก็จะกลับมาไม่ได้แล้ว

นายกฯกล่าวถึงปัญหาสังคมว่า เรื่องของเด็กแว๊น สังคมแตกแยก ซึ่งประเทศอื่นไม่ค่อยมี แต่ประเทศไทยมีทุกอย่างครบรสแต่ไม่ค่อยจะดี เราไม่ต้องทะเลาะกับใครแล้ว เพราะทะเลาะกันเองก็สุดยอดแล้ว แล้วอะไรก็บอกให้ตนใช้มาตรา44จะให้ใช้ทุกวัน มันใช้ได้อย่างไร เพราะมันใช้เพื่อให้ทำงานได้ หรือใช้เพื่อให้เกิดการตรวจสอบขึ้นตามวงจรปกติ ถ้าทุจริตก็ไปเข้าศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพียงแต่ต้องทำให้ทุกอย่างสงบทุกอย่างก่อน ให้ตรวจสอบก่อน ถ้าดีก็กลับมา ก็แค่นั้นเองไม่ได้บอกว่ามันผิดหรือไม่ผิดเพราะไม่ใช่หน้าที่ของตน ไปชี้ผิดชี้ถูกเดี๋ยวก็มีเรื่องกันอีก นี่เพราะไม่เข้าใจกัน

“ผมไม่อยากจะลงโทษใครทั้งสิ้น เพราะครูสอนว่าให้กลไกปกติเขาได้ทำงาน และสอนให้คนทุกคนเคารพกฎหมาย เพราะกฎหมายคือต้นตอของความสงบของบ้านเมือง เมื่อใดก็ตามที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนรัฐบาลก็ต้องอำนวยการให้เขาทำงานได้ ถ้าผิดก็ผิด แต่ศาลเขาก็มีความปราณี   ซึ่งเมืองนอกเขาไม่มีแบบนี้ ทีมีการพระราชทานอภัยโทษทุกปีประเทศอื่นไม่มีหรอก ดังนั้นบ้านเรามีทั้งดีหลายอย่าง แต่เราไม่นำสิ่งที่ดีที่เป็นโอกาสมันเป็นโอกาสและเป็นโอกาสต่อไป แต่ไปเอาเรื่องที่เป็นโอกาสมาทำให้มันวิกฤติ เอาเรื่องที่มันวิกฤติอยู่แล้วให้มันวิกฤติมากขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ตนต้องพูดมากและอารมณ์เสียบ้างเพราะบางครั้งรับไม่ได้แค่นั้นเอง เพราะตนเป็นมนุษย์และไม่ได้มาจากคะแนนเสียงทั้งสิ้น ถ้าจะให้ตนหยุดก็คงหยุดยาก แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกวัน อีกทั้งตนมีงานที่เยอะมาก ไม่ได้มีแค่กระทรวงศึกษาธิการ แต่มีอีกตั้ง19กระทรวง ข้าราชการเป็นข้าราชการเป็นล้านคนที่ตนต้องทำงานด้วย มีทั้งทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง ทำงานมากทำงานน้อยแต่บูรณาการอะไรกันไม่ได้เลย จึงฝากครูด้วย ให้เน้นคำว่าบูรณาการคืออะไร บูรณาการทั้งคน แผนงาน และวัตถุประสงค์สุดท้ายคือทุกคนทำงานเพื่ออนาคต เพราะทุกหน่วยงานจะมีแผนงานทุก5ปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)

นายกฯ กล่าวอีกว่าเรื่องการลงทุนในประเทศต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด วันนี้รายได้ของประเทศก็ตกลงทุกวันเพราะมีรายจ่ายเพิ่มทุกวัน ทั้งเรื่องข้าว เรื่องยางพารา เดี๋ยวเรื่องน้ำก็จะมาอีกแล้ว เพราะประเทศไทยเป็นแบบนี้ เป็นมากี่ปีแล้ว แล้วถามว่ามันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไหม ไม่ใช่ปลูกแต่พืชเชิงเดี่ยวอย่างเดียวหรือจะปลูกพืชเสริม อย่างที่ตนแนะนำให้ปลูกสตอเบอรี่ กับกล้วยหอม บางคนก็ไม่เข้าใจบอกว่านายกฯคิดได้อย่างไร ซึ่งเป็นการยกตัวอย่าง มันมีตั้งหลายร้อยอย่างที่พูดกันมา

“ยกตัวอย่างเรื่องยาง ถ้าราคาอยู่อย่างนี้จะถึงเมื่อไรแล้วจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าวันข้างหน้ามันตกกว่านี้ เพราะราคาโลกมันตก น้ำมันก็ตก ดังนั้นเราต้องสอนให้เขารู้ว่าเมื่อราคาตกรายได้เขาจะอยู่ตรงไหนงบประมาณ รายรับ-จ่าย ของประเทศอยู่ที่ตรงไหน ถ้าไม่สอนตรงนี้ก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องช่วยอย่างนี้ ถ้าผมเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งผมก็ต้องช่วยแบบนั้น เพราะเขาไม่เข้าใจพื้นฐานของเศรษฐกิจ ระบบงบประมาณ ข้อกฎหมาย ทุกอย่างนัวเนียนหมด  เพราะไม่เข้าใจ จึงฝากครูช่วยสอนเรื่องพวกนี้ด้วย ว่าทุกอย่างมีกฎหมาย มีข้อบังคับเยอะแยะไปหมด ฝากให้ครูสอนเรื่องระบบภาษี เรื่องการยอมรับเรื่องของกติกาสังคม กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ทุกคนเกิดการเรียนรู้ ไม่ใช่สอนเฉพาะเรื่องสอบแล้วได้ปริญญาเท่านั้น”พลเอกประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ครูสอนให้คนรู้จักหน้าที่มีวินัยสาธารณะไม่ใช่ว่าจะเอาตัวเองเป็นหลัก ครูต้องสอนในสิ่งที่ถูกต้อง สอนในสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ วันนี้เราทำอะไรไม่ได้มากเพราะมีการไล่ล่าฆ่าฟัน มีความขัดแย้งทำอะไรก็ติดขัด เพราะคนไม่เข้าใจในบทบาทและหน้าที่ ถามว่าจะอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร เพราะทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ทุกคนต้องเคารพกฎหมายและมีวินัย ขณะเดียวกันครูเองต้องทำหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการปฏิรูปไม่ว่าจะเป็นชุมชนหมู่บ้าน โรงเรียน เพิ่มประสิทธิภาพให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ช่วยกันอธิบายให้ตนเกิดความเข้าใจ ส่วนปัญหาหนี้สินครูต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงดูว่าอะไรเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้หนี้สินลดลงไป เราต้องทำเพื่อวันนี้และอนาคต เพื่อลูกหลาน หนี้สินก็คือหนี้ งานก็คืองาน ต้องแยกแยะกัน อะไรที่เกินความจำเป็น เป็นภาระต้องผ่อนก็ขายทิ้งให้หมด แล้วกลับมาเริ่มตนตัวเองใหม่ อะไรที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ขายทิ้ง ราคาถูกก็ต้องยอม อย่าไปผ่อนต่อให้เสียเวลา

“ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเรียนรู้จากอดีตมาไม่ใช่เรียนรู้ความขัดแย้ง เป็นการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่จะเอามาขัดแย้งกัน เช่นการรณรงค์ใส่ผ้าไทยหรืออะไรต่างๆ ถ้ามากเกิดไปก็จะเกิดความขัดแย้ง วันนี้ความสัมพันธ์ของเรากับประเทศอาเซียนถือว่าดีที่สุด ทุกประเทศจะแยกเศรษฐกิจออกจากการเมือง แต่เรามักเอามารวมกันทุกเรื่อง แยกอะไรไม่ได้สักอย่างจะพูดกับใครไม่ได้ เพราะพูดไม่รู้เรื่อง ต่างชาติเขาของแค่ให้เราปฏิรูปสำเร็จแล้วค่อยเลือกตั้ง แต่เรามีแต่จะเร่งว่าต้องเลือกตั้งเร็วๆ ให้รู้ด้วยว่าผมทำอะไรอยู่ แล้วเสร็จหรือยัง โรดแมปเป็นอย่างไร ประชามติจะผ่านหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ผมอยู่ที่ท่านทุกคน รัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่านอีก ถ้าอยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ไม่ต้องเสียเวลาแล้วไปเลือกตั้งกัน ทุกคนต้องรู้ถึงปัญหา และเมื่อถึงวันเลือกตั้งก็ขอให้ไปเลือกกันทุกคน ไม่ใช่เลือกเพียงบางคนและจะมาบอกว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศมันไม่ได้ แล้วฝากกระทรวงศึกษาดูด้วยว่าจะทำอย่างไรให้คนไปลงประชามติได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เราชื่นชมเมียนมาร์ว่าไปเลือกตั้งถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วตัวเองล่ะ ไปหรือไม่ไป ก็ทำกันอย่างนี้แล้วจะเจริญสักทีหรอก ท่านไม่เคยไปดูแสดงว่าที่พูดมาไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เคยไปเลือกตั้ง ไม่ว่ารัฐบาลไหนนักการเมืองคนใดจะหาเสียงอย่างไรก็ตามขอให้ฟังนโยบายว่าเป็นอย่างไร และเขาทำตามนโยบายที่ว่าหรือไม่ ไม่ใช่เขาบอกว่าจะทำแล้วไปเลือก แล้วเป็นอย่างไร ปัญหาก็จะกลับมา เงินเดือนท่านก็ขึ้นไม่ได้ ทุกอย่างพัฒนาไม่ได้ หนี้สินเต็มไปหมด ต้องสอนให้คนรู้ว่านโยบายคืออะไร”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจวันนี้ตกไปหมด เพราะเรามีเรื่องความขัดแย้ง ข้อกฎหมายที่แก้ไขไม่ได้ เราต้องการแค่ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว ประเทศที่เจริญหลายประเทศ เป็นสังคมนิยมทั้งนั้น เราต้องเดินหน้าด้วยความร่วมมือแก้ไขปัญหาภายใน ไม่ต้องให้มีการบังคับกระบวนการต่างๆ ให้ทุกคนช่วยกันคิด รู้ว่าครูมีความอดทนสูงและตนจะหนักกว่าครูอีก หากไม่มีความยับยั้งชั่งใจให้รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพื่อให้เราโมโหลดลงรู้ว่าบางคนก็ยั่วอารมณ์ ยั่วต่อมโมโหอยู่ทุกวัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาต้องผลิตบุคลากรออกมาเพื่อรองรับประชาคมอาเซียร(เออีซี)ด้วย ขณะเดียวกันทุกคนต้องรู้เมื่อเปิดเออีซีแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะหาประโยชน์ได้อย่างไร การศึกษาหากไม่แก้ไขในวันนี้ ในอนาคตจะไม่มีทางแก้ไขได้ ซึ่งครูวันนี้จะต้องเข้าใจการใช้งานของโซเชียลมีเดียด้วย เด็กวันนี้สมาธิสั้นเนื่องจากสื่อต่างๆ มีความรวดเร็ว ดังนั้นครูจะทำอย่างไรที่จะนำการเรียนการสอนให้เข้ากับสื่อสมัยใหม่ เช่น กูเกิล ไม่ใช่ให้นักเรียนรอเพียงข้อสอบเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาเพราะเราไม่สร้างตัวเองให้มีศักยภาพให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีหรือวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป ที่พูดไม่ได้ต้องการทำลายประเทศชาติ แต่ต้องการกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังต้องสอนให้นักเรียนรู้จักกระบวนการคิด เนื่องจากปัจจุบันเด็กเรามักคิดไม่เป็น พอจะเริ่มคิดก็ล้มเลิกเพราะเห็นว่าปวดหัว

“เรื่องสอบตกก็เหมือนกัน สมัยก่อนเด็กกลัวสอบตก แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครกลัวแล้ว เพราะเดี๋ยวก็ผ่าน มีคนบอกว่าการให้เด็กสอบตก ผิดหลักสิทธิมนุษยชน ถามว่ามันเกี่ยวกันด้วยหรือ เพราะการให้เด็กสอบตกเป็นการช่วยให้เกิดการพัฒนาตัวเอง ถ้าสอบไม่ผ่านก็สอบซ่อมแล้วถ้าไม่ผ่านอีก เขาก็ไม่ให้เลื่อนชั้น เพราะมันไม่รู้เรื่อง แค่นี้เองไปหาทางว่าจะทำอย่างไร”นายกฯ กล่าวและว่า สำหรับการช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนนั้นกระทรวงศึกษาจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชนได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้มีการสร้างเครือข่ายทวิภาคีกันหลายแห่ง ภาคธุรกิจมีความพร้อมที่จะเอาเด็กไปใช้งานว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหรืองานอื่นๆ ตรงนี้เป็นการทำให้เด็กช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะถ้าทำแบบเดิมเด็กเราจะไม่โตเสียที 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการปราศรัยให้โอวาทเสร็จสิ้น จากนั้น นายพิษณุ ตุลสุข ผู้แทนข้าราชการครู ได้มอบข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อการพัฒนาวิชาชีพการศึกษาต่อนายกรัฐมนตรี   และจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้ชมนิทรรศการผลงานครูที่ได้รับรางวัลระดับชาติ ที่บริเวณสนามหญ้า หน้าหอประชุมคุรุสภาด้วย