"อนุพงษ์" เผยจ่อใช้งบหมื่นล้าน ซื้อวัสดุสำเร็จรูปจากยาง ใช้สร้างศูนย์เด็กเล็ก ลานกีฬา เชื่อ ซื้อยางใหม่โดยตรง ทำราคาปรับขึ้น
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ว่า งบประมาณที่จะนำไปซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรงนั้นต้องไปดูว่าจะใช้งบจากกองทุนการยางตามสัดส่วนที่มีการกำหนด แต่หากเงินในส่วนที่ไม่เพียงพอก็อาจจะใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง เพราะปริมาณที่จะซื้อจากเกษตรกร1แสนตันนั้น เป็นเพียงข้อสรุปจากการหารือ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการรับซื้อยางจะซื้อจากเกษตรกรทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวกับเกษตรกรในภาคใต้ก่อน โดยไม่ต้องตรวจสอบเงื่อนไข หากใครเดือดร้อนก็ต้องซื้อ
เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีมติรับซื้อยางราคา 45 บาท จากที่เกษตรกรขอมา 60 บาท อีก 15 บาท ทำให้ตามที่เกษตรกรเรียกร้องไม่ได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นตัวเลขที่ทางคณะกรรมการไปดำเนินการมา และพอใจในราคา 45 บาท ส่วนจำนวนเกษตรกรที่รัฐบาลจะเข้าไปรับซื้อโดยตรงมีกี่รายนั้น ตนยังไม่ทราบ แต่เอาจำนวนปริมาณที่จะซื้อ1แสนตันเป็นตัวตั้ง และจะซื้อยางทุกชนิดจากเกษตรกร
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะที่จะรับซื้อยางนั้น จะซื้อวัสดุสำเร็จรูปจากยาง จะไม่มีการนำไปใช้ทำถนน เพราะกระทรวงมหาดไทยต้องการซื้อแผ่นยางปูพื้นสำหรับศูนย์เด็กเล็ก ลานกีฬา และพื้นที่อื่นๆในท้องถิ่น ซึ่งมีปริมาณความต้องการใช้จำนวนมาก คาดวงเงินในส่วนนี้ประมาณ1หมื่นล้านบาท แต่ขอไปดูในรายละเอียดก่อน เนื่องจากเป็นงบประมาณของกระทรวงเอง อย่างไรก็ตาม แต่ละภาคส่วนจะต้องทำตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ทำตามกฎหมาย และในส่วนยางที่รับซื้อจะไม่ใช่ยางเก่า เพราะอย่างที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าซื้อมาแล้วเอามาเก็บไม่ได้ต้องรีบใช้ให้หมด เพราะขณะนี้เป็นการซื้อยางสด จึงเชื่อว่าราคายางพาราจะขยับ
เมื่อถามว่า ได้มีการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปทำความเข้าใจกับชาวสวนยางหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้สั่งการไปทุกวัน และมีการช่วยกันอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ช่วยเหลือชาวสวนยางภาคใต้ไม่รวมถึงภาคอีสานนั้น นายกรัฐมนตรีก็พูดแล้วว่าภาคอีสานก็มีความเดือดร้อนในระดับหนึ่ง คงจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือต่อไป อย่าเพิ่งไปเปิดประเด็น ขอให้แก้ปัญหาทีละส่วน เพราะแค่นี้ก็ยุ่งพอแล้ว





