"วิษณุ"ชี้รัฐบาลต้องมีการตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ถูกคัดค้านตำแหน่ง"สมเด็จพระสังฆราช" ระบุต้องทำสงบก่อนดำเนินการต่อ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 โดยมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากมส. แต่หากมีการประชุมจริง และส่งเรื่องมายังรัฐบาล ก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของคณะสงฆ์เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใช้กฎหมาย ประเพณี และความคาดหมายของประชาชนเป็นตัวตัดสิน แต่ถ้าหากขัดกันกฏหมายก็ต้องเป็นตัวชนะอยู่แล้ว
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนมติของมส.ที่ออกมา อาจมีกระแสคัดค้านจากสังคมนั้น รัฐบาลไม่ถือเอากระแสคัดค้านมาเป็นหลักในการตัดสิน เพราะการแต่งตั้งในทุกๆตำแหน่งก็มีทั้งผู้ที่พอใจและไม่พอใจ แต่ต้องพิจารณาจากผลการคัดค้านว่าจะนำไปสู่อะไร ถ้านำไปสู่ความไม่สงบ รัฐบาลจำเป็นต้องจัดการให้มีความเบาบางหรือสงบลงก่อนดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ตนย้ำเสมอไม่ว่ารัฐบาลใดจะไม่นำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม หรือเรื่องที่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ ต่อต้าน ความไม่สงบ ขึ้นกราบบังคมทูลโดยเด็ดขาด ส่วนรัฐบาลเตรียมหาทางออกอย่างไรหากเรื่องดังกล่าวนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น ยังไม่ถึงขั้นต้องหาทางออกแต่ต้องหาทางแก้ปัญหาและต้องถามว่าเกิดความขัดข้องอะไรและความจำเป็นในการแต่งตั้งหากยังมีข้อขัดแย้งอยู่หรือจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดอะไรบ้าง
"วันนี้มีกระแสข่าวว่ามีการเสนอชื่อสมเด็จวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เข้ารับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 นั้น รัฐบาลจะต้องตรวจสอบข้อกล่าวหาที่พระพุทธอิสระ เคยยื่นรายชื่อประชาชน 3 แสน รายชื่อเพื่อคัดค้านการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้งก่อน" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีกรอบเวลากำหนดและตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรีอยู่ตลอด จึงไม่หนักใจทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ส่วนการแต่งตั้งพระสังฆราชเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่นั้น ตนไม่ขอตอบเนื่องจากคำตอบจะถูกนำไปตีความทั้งสองด้านขอให้เป็นกุสโลบายของรัฐบาล ส่วนธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมามีทุกรูปแบบทั้งเว้นระยะในการแต่งตั้ง บางครั้งแต่งตั้งภายใน 6-8 เดือน แต่ในการแต่งตั้งสมเด็จสังฆราชองค์ที่ 8 ใช้เวลาแต่งตั้งนานถึง 37 ปี จึงจะอ้างประเพณีไม่ได้แต่ยืนยันว่าทุกอย่างมีเหตุผล และหากยังไม่มีการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชก็สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้ทุกอย่าง





