วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งบอร์ดการยางฯ 8 ราย 'ฉัตรเฉลิม'นั่งประธาน

ครม.ตั้งบอร์ดการยางฯ 8 ราย "ฉัตรเฉลิม"นั่งประธาน ก่อนเดินหน้าสรรหาผู้ว่าฯ พร้อมให้พณ.ออกมาตรการลดภาระเกษตรกร

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) จำนวน 8 คน ดังนี้ 1.พลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการ 2.นายประสิทธิ์ หมีดเส็นผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง3.นายสังข์เวิน ทวดห้อย ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง 4.นายเสนี จิตตเกษม ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง 5.ธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 6.นายสาย อิ่นคำผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 7.นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้า และ 8.นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง 

"โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการสรรหาผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้การเปิดรับสมัครเข้ามา ตรวจสอบคุณสมบัติ และดำเนินการคัดเลือก โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้กลไกมีการขับเคลื่อน และทำให้เกิดประโยชน์ต่อวงการยางพารา ส่วนที่เรื่องดังกล่าวมีความล่าช้านั้น เนื่องจากการตั้งบอร์ด กยท. ใช้วิธีการคัดเลือก และคัดสรรกันเองระหว่างกลุ่มต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากการตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่รัฐจะเป็นผู้กำหนดเอง จะไปโทษเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียว ก็ไม่น่าจะถูกต้อง"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สรุปในที่ประชุมว่า ในเรื่องของยางพารา เราดำเนินการ2ภาค ควบคู่กันไป ส่วนแรกคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการในโครงการต่างๆ15มาตรการ ขณะที่ส่วนที่2. นายกฯ ได้มีการหารือกับภาคส่วนต่างๆ ในการรับซื้อยางโดยตรงจากเกษตรกร ไม่ผ่านสหกรณ์ ต้องลงไปดูว่า ซื้อมาแล้ว จะนำยางประเภทนั้นๆ เช่น ยางดิบ หรือแบบแผ่น ไปทำอะไร ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้ว จะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง ไม่มีการมาขายต่อ หรือเก็บในสต็อกเฉยๆ ขณะนี้มีการตรวจสอบมาแล้ว ว่ากระทรวงต่างๆมีความต้องการใช้ยางในเบื้องต้น ประมาณ 1แสนตัน

ทั้งนี้ ในส่วนของกระบวนการผลิตนั้น ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับมาตรฐานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก่อน จึงจะสามารถผลิตออกมาได้ ยืนยันว่าเมื่อผลิตออกมาแล้ว ราคาจะดีขึ้น เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และไม่บิดเบือนกลไกของตลาด นอกจากนี้ยังมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของเกษตรกร โดยกระทรวงพาณิชย์ จะนำข้าวสารจ้าว 5 เปอร์เซ็นต์ บรรจุถุง 5 กิโลกรัม เป็นข้าวสารคุณภาพที่รัฐบาลเก็บไว้ในคลัง ประมาณ 4 ล้านกว่าถุง นำมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ที่ลงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรฯ จำนวนกว่า 800,000 ครัวเรือนอย่างไรก็ดี การดำเนินการครั้งนี้ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของกรมการค้าภายใน จะจัดสรรงบฯ17ล้านบาท จัดกิจกรรมร้านค้าธงฟ้า เป็นสินค้าบริโภคมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20–40 เปอร์เซ็นต์โดยทั้ง 2 โครงการนี้ จะดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ จนถึง เดือนมีนาคม 59  

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์จากยางพารา ที่ไว้ขายในประเทศแล้ว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดกิจกรรม จับคู่เจรจาธุรกิจ ร่วมงานแสดงสินค้า จากคณะผู้แทนการค้า เยือนคณะผู้ค้า 6 โครงการ โดยจะมรมูลค่าจากการขายยางพารา และผลิตภัณฑ์จากยางพาราทั้งสิ้น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 36,000 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้แจ้งที่ประชุมว่า ในปีนี้คาดว่าจะสามารถเปิดโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา ที่มาแจ้งความประสงค์ทั้งสิ้นประมาณ 79 โรงงานโดยจะสามารถรับยางที่มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ870,000 ตัน ซึ่งในช่วงไตรมาสแรก คาดว่าจะเปิดได้ 25 โรงงาน และสามารถรับผลผลิตได้ประมาณ 20,000 กว่าตัน