กรธ.กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ พร้อมบังคับให้ไปใช้สิทธิโดยอิสระ กำหนดให้รัฐมีหน้าที่รักษาวินัยงบประมาณ ห้ามใช้เงินนอกงบประมาณเด็ดขาด
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการประชุมของกรธ. วาระพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ว่า ที่ประชุมได้ผ่านการพิจารณาใน 3 หมวดสำคัญ คือ 1.หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย ซึ่งในเนื้อหาสำคัญยังคงเป็นเหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในหมวด4 ว่าด้วยหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้มีสิ่งที่เพิ่มเติม คือ การกำหนดให้บุคคลต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงเสียภาษี และต่อต้านการทุจริต สำหรับบุคคลใดที่ไม่เป็นปฏิบัติตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญส่วนดังกล่าวกำหนด ต้องได้รับการลงโทษ โดยให้เป็นไปตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด, และการกำหนดให้ปวงชนชาวไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ ซึ่งจะมีความหมายที่นำไปสู่การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยปราศจากการข่มขู่ในการออกไปใช้สิทธิ หรือได้รับอามิสสินจ้าง
นายอุดม กล่าวด้วยว่า 2.หมวด5 หน้าที่ของรัฐ เป็นบทบัญญัติที่กรธ.นำมาจากแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 บางส่วนที่ต้องการเน้นให้รัฐดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด และต้องการกำหนดให้มีสภาพบังคับที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกำลังและความสามารถทางด้านการเงิน การคลังของรัฐ แต่จะปฏิบัติให้มากกว่าที่รัฐธรรมนูญนั้นย่อมทำได้ แต่หากไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดอาจได้รับผลกระทบได้ ทั้งนี้ กรธ. กำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ 12 ประเด็น โดยมีสาระที่สำคัญ อาทิ กำหนดให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงิน การคลัง เพื่อให้ฐานะการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยการปฏิบัติต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีเหตุผลสำคัญคือ เพื่อเป็นมาตรการให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศใช้งบประมาณภายใต้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น และไม่สามารถใช้เงินนอกงบประมาณ หรือใช้ให้สถาบันการเงินของรัฐบาลทำกิจกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณที่ไม่ถูกระบุไว้ในกฎหมายได้ ทั้งนี้บทบัญญัติดังกล่าวจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องนำเสนอนโยบายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งด้วย เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ
นายอุดม กล่าวด้วยว่า และ 3.หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ที่เป็นการวางบทบัญญัติให้รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายบริหารราชการแผ่นดินและตรากฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติ แต่ไม่สามารถนำไปเป็นเหตุให้เกิดการฟ้องร้องรัฐได้ อาทิ รัฐต้องอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น, รัฐต้องจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อเป็นกรอบในการบริหารประเทศ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาของกรธ. ประเด็นพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในวันที่ 13 ม.ค. นั้นจะเข้าสู่เนื้อหาในหมวด 7 รัฐสภา ในส่วนที่ 1 บททั่วไป, ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร, ส่วนที่ 3 วุฒิสภา, ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง และส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา





