เปิดผลหารือกรธ. ห้ามสื่อฯ ฟังการพิจารณา หลังห่วงเนื้อหาที่เผยแพร่ สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม-การบิดเบือนข้อมูลของสื่อฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน วาระพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรายมาตรา ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ว่า ที่ประชุมกรธ. งดให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการพิจารณารายละเอียดภายในห้องประชุมตลอดทั้งวัน และได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ให้รอการแถลงโดยโฆษก กรธ. ในช่วงเวลา 10.00 น. และ เวลา 15.00 น. เท่านั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความแตกต่างจากการประชุมในวันแรกที่ให้อนุญาตสื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมได้ตลอดช่วงการพิจารณา และผิดไปจากข้อตกลงที่นายมีชัย ได้หารือกับสื่อมวลชนที่จะติดตามทำข่าวการประชุมกรธ. ว่าจะอนุญาตให้เข้าฟังการพิจารณาได้เว้นแต่บางมาตราหรือบางประเด็นเท่านั้น
ทั้งนี้นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงเหตุผลที่กรธ. งดให้สื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณา ว่า เนื่องจากเห็นว่าการเข้าฟังของสื่อมวลชนนั้นสร้างความลำบากให้กับกรธ. ต่อการทำงาน เพราะ กรธ.จะเกรงใจและไม่กล้าพูดในความเห็นของตนเองอย่างเต็มที่และเมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้การทำงานขอกรธ.มีความล่าช้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อลดความลำบากและสาเหตุที่ทำให้การพิจารณาร่างมาตราที่ไม่เป็นไปตามแผน จึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณา แต่ทั้งนี้อาจจะให้เข้าฟังเป็นบางส่วนได้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมกรธ.พิจารณาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของมติ กรธ. ต่อประเด็นการงดให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังว่า เป็นการหยิบยกข้อเสนอขึ้นมาหารือนอกรอบของที่ประชุมกรธ. ซึ่งมีความกังวลว่าสื่อมวลชนจะนำประเด็นความเห็นของกรธ.เป็นรายบุคคลที่อาจมีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนในสังคมไปนำเสนอ ทำให้เกิดความเกร็งในการเสนอความเห็นของกรธ. และประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นทำให้กระทบต่อการพิจารณาของกรธ. ซึ่งที่ประชุมต่างแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการนำเสนอของสื่อมวลชนต่อประเด็นที่กรธ.พิจารณาแล้ว อาจสร้างแรงกดดันและผลกระทบของสังคมที่ส่งมายังกรธ. เป็นประเด็นรายวัน
เพราะขณะนี้สังคมที่เสนอความเห็นต่างๆ เช่น การบัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ หากทราบว่ากรธ.ไม่บัญญัติไว้ อาจเกิดผลต่อกรธ.ได้ รวมถึงกังวลว่าสื่อมวลชนจะนำผลการพิจารณาไปบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิดของสังคมได้ ทั้งนี้ระหว่างการหารือมีผู้ที่ยกประเด็นตัวอย่างด้วยว่า ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะเปิดให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการพิจารณาทุกขั้นตอน คงมีแต่ประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นจึงมีผู้เสนอให้ใช้วิธีการเผยแพร่เนื้อหาด้วยการแถลงข่าววันละ 2 รอบ คือ รอบ 10.00 น. และ รอบ 15.00 น. เท่านั้น
ขณะที่ประเด็นการเผยแพร่ร่างมาตรา ที่ผ่านการพิจารณาของกรธ. จากเดิมที่นายมีชัย เคยระบุว่าจะแจกให้สื่อมวลชนเพื่อเผยแพร่เมื่อพิจารณาเสร็จ ที่ประชุมได้หารือและแสดงความกังวลด้วยว่า หากให้เผยแพร่ไปแล้ว ในตอนท้ายกรธ. กลับนำเนื้อหามาทบทวน เพื่อปรับแก้ไขถ้อยคำ อาจทำให้สังคมตั้งคำถามในวิธีคิดของกรธ.ได้ ทั้งนี้ที่ประชุมเสนอว่าหากเผยแพร่เนื้อหาบทบัญญัติ ควรเขียนให้ชัดเจนว่าเป็นร่างมาตราที่อาจมีการปรับแก้ไขได้ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน


