วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วัฒนา'ลั่นไม่กลัวยาแรงในร่างรธน.

แกนนำเพื่อไทย ลั่นไม่กลัวยาแรงในร่างรธน. ชี้รธน.จะผ่านประชามติหรือไม่อยู่ที่เนื้อหา ไม่ใช่ใครคนหนึ่ง หากถูกคว่ำ ‘มีชัย’ ต้องรับผิดชอบ

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เรื่อง “ยาแรงสำหรับนักการเมือง” ว่า ตนได้ติดตามข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ขู่จะใช้ยาแรงกำราบนักการเมือง โดยตัดสิทธิ์ผู้ที่ถูกศาลตัดสินในคดีทุจริตทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง ไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต อีกทั้งนายมีชัยยังเห็นว่าไม่น่าจะต้องมีกลไกอะไรในการสร้างความปรองดอง หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติคนที่ทำให้ไม่ผ่านต้องรับผิดชอบ ในขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์เห็นด้วยกับแนวคิดของนายมีชัยและเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวด้วย

นายวัฒนา ระบุว่า เห็นด้วยที่จะห้ามไม่ให้ผู้ที่ทุจริตทั้งจากการปฏิบัติหน้าที่และทุจริตเลือกตั้งเข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต และเชื่อว่านักการเมืองที่มาจากประชาชนอย่างพวกตน ไม่มีใครเกรงกลัวยาแรงของนายมีชัย แต่สิ่งที่กังวลกลับเป็นการทำหน้าที่ของ กรธ. ซึ่งอยากให้นายมีชัยกับพวกได้เข้าใจเสียทีว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจนนำไปสู่ความรุนแรง นำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงสู่สังคมไทยและประเทศไทยเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง ที่มีสาเหตุสำคัญมาจากความอ่อนแอของกลไกในระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ โดยเฉพาะข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักนิติธรรมของกลไกต่างๆ ของรัฐ ดังนั้น หน้าที่ของ กรธ. คือการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรมเพื่อใช้เป็นกติกาทางการเมืองของประเทศที่ทุกคนให้การยอมรับ

นายวัฒนา ระบุอีกว่า นายมีชัยกับพวกควรตระหนักเสียทีว่าอำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นของปวงชนชาวไทยทุกคน อีกทั้งในโลกใบนี้ยังไม่มีเครื่องมือที่ทำให้คนรักหรือปรองดองกัน แต่มีเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ทำให้คนที่คิดไม่เหมือนกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เราเรียกเครื่องมือนั้นว่า ‘ประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรม’ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะหาได้จากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัยกำลังยกร่างขึ้น เนื่องจากสูตรที่ต้องมีไว้ในรัฐธรรมนูญตามคำให้สัมภาษณ์ของนายมีชัยคือ ‘การนิรโทษกรรมให้กับ คสช.’ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยเพราะเมื่อคราวยึดอำนาจก็ได้มีการนิรโทษกรรมไปครั้งหนึ่งแล้วตามมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ดังนั้น การนิรโทษกรรมที่จะมีขึ้นอีกครั้งคือการนิรโทษกรรมให้กับ คสช และรัฐบาลในการบริหารประเทศภายหลังการยึดอำนาจอันเป็นการหนีการตรวจสอบ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลที่อ้างความเป็นคนดีที่มีคุณธรรมอันสูงส่ง แต่กลับกลัวการตรวจสอบแล้ว ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย

นายวัฒนา กล่าวว่า ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัยกับพวกยกร่างขึ้นจะผ่านการทำประชามติหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่จะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง หากเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรมและเคารพในอำนาจของประชาชน ตนเชื่อว่าประชาชนจะต้องลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน นายมีชัยกับพวกจึงควรเอาเวลาที่เหลืออยู่ไปแก้ไขทำให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตย ให้ความเคารพประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจดีกว่าจะมาเสียเวลาหาข้อแก้ตัว รับรู้ไว้เถิดว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติคนที่ต้องรับผิดชอบคือนายมีชัยกับคณะ รวมถึงคนที่ตั้งนายมีชัยเข้ามา คำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ ยังสะกดกันไม่เป็นอีกหรือ