วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงข่าว'สุรินทร์'ชิงหน.พรรค ไม่มีประเด็น-ปัดมุ่งล้มอภิสิทธิ์

พลพรรคปชป. แจงข่าว "สุรินทร์" ชิงหัวหน้าพรรค ไม่มีประเด็นและไม่ใช่ขบวนการล้ม "อภิสิทธิ์" ยันสมาชิกพรรคยังหนุนหน.คนเดิมชิงนายกฯต่อไป

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีต รมว.ต่างประเทศ มีแนวคิดที่จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หากภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดโอกาสให้มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อที่จะไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่มีความเป็นเอกภาพในการที่จะหนุนหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อไป ซึ่งจากการที่มีสมาชิกพรรคเข้ามาเสนอตัวลงชิงหัวหน้าพรรคนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า พรรคมีความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีใครมาบังคับหรือชี้นิ้วสั่งการได้

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นขบวนการล้มนายอภิสิทธิ์ ออกจากเส้นทางการเมือง เนื่องจากคดีต่างๆ เริ่มเข้าสู่กระบวนการนั้น นายวัชระ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ศาลแพ่ง มีคำสั่งยกคำร้องกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีที่ปลดออกจากการเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ โดยมีผลย้อนหลังในวันที่ 2 มิถุนายน 2531 นั้น ตนเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งจะได้ใช้สิทธิ์อุทธรณ์ต่อไป ดังนั้น จึงไม่เป็นเหตุที่จะต้องมาเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าพรรค

“กรณีนี้ ทางสื่อท้องถิ่นใน จ.นครศรีธรรมราช ก็ยอมรับว่ามีความคลาดเคลื่อน เพราะเขียนเชียร์ นายสุรินทร์แรงไปหน่อย อีกทั้ง ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่มีชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร และ นายสุรินทร์ ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ มาช่วยกู้ภาพลักษณ์ของพรรคนั้น ผมก็ยืนยันว่า ชื่อของนายอภิสิทธิ์ ก็ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ จึงขอยืนยันว่า สมาชิกพรรคยังหนุน นายอภิสิทธิ์ ให้เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และเป็นนายกฯ ของประชาชนได้อย่างแน่นอน” นายวัชระ กล่าว

ทางด้านนายวิลาศ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า กรณีนี้ คนที่รับผิดชอบคำพูดก็คือตัวของนายสุรินทร์เอง ซึ่งตนเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้สร้างความสั่นสะเทือนต่อพรรคประชาธิปัตย์เลย

ส่วนนายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร วาระของนายอภิสิทธ์ ยังไม่ครบ เพราะฉะนั้นจึงยังไม่มีอะไรเลย ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เป็นประเด็นที่มาคุยกัน ผู้มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคก็มีเยอะ ไม่ใช่นายสุรินทร์คนเดียว และเหตุผลที่เกิดกระแสข่าว เกิดจากเหตุผลอะไรก็ได้ทั้งนั้น ตนทำงานอยู่ในวงการธุรกิจ ก็มีการพูดหยอกเล่นกันในวงสนทนาอยู่ บางทีก็อาจจะเป็นเรื่องกันได้ถ้าหากในบางกรณีหยอกเล่นกันหนักเกินไป แต่เรื่องนี้ตนขอย้ำว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นอะไรเลย

นายเกียรติ กล่าวว่า ตนและนายสุรินทร์ก็เคยทำงานด้วยกันมา นายสุรินทร์มีความชำนาญด้านงานต่างประเทศ ในงานเชิงนโยบาย ส่วนตนก็ดูแลด้านการค้า รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนที่นายสุรินทร์เป็น รมว.กระทรวงต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ขณะที่ตนเป็นที่ปรึกษาของนายชวนในรัฐบาลชวน 2 และก็จบมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดเหมือนกัน แต่คนละคณะกัน นอกจากนี้ก็ยังรู้จักคนในวงการกลุ่มเดียวกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุรินทร์ก็ทำงานมาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนจะมีการจัดตั้งสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่นายสุรินทร์รับผิดชอบอยู่ด้วยซ้ำ อันที่จริงทั้ง 2 คน รวมถึงตนต่างก็ทำงานร่วมกันให้นายชวนมาโดยตลอด ก็ไม่มีอะไร ต้องไปถามคนปล่อยข่าวว่าเพราะอะไรถึงอะไรถึงปล่อยข่าวนี้มา