รมว.มหาดไทยเผย"ประวิตร"สั่งคุมเข้มเทศกาลปีใหม่ 59 เฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยง ป้องป่วนลดอุบัติเหตพื้นที่สำคัญ"จุดเคาท์ดาวน์- สวดมนต์ข้ามปี"
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือข้อราชการประจำสัปดาห์ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรมว.กลาโหม ได้วิดีโอคอนเฟอเร็นซ์จากกระทรวงกลาโหม เพื่อมอบนโยบายในการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ตัวแทนกระทรวงต่างๆง และกทม. เข้ามาที่กระทรวงมหาดไทย
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าสำหรับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ราชประสงค์ มันทำให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวประเทศไทยเขาต้องมีความเชื่อมั่น อย่างที่ทราบยอดนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมียอดเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็น ตนคาดว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นขอฝากพวกเราในการดูแลประชาชนนักท่องเที่ยวเขาจะต้องมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการดูแลการบริการที่ดีของหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทหาร ตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ต้องช่วยกันโดยเฉพาะพื้นที่จุดสำคัญที่มีการจัดเคาท์ดาวน์ และบริเวณการจัดการสวดมนต์ข้ามปี ต่าง ๆ จะต้องเรียบร้อย มีมาตรการป้องกันภัย แล้วต้องมีการลดอุบัติเหตุต่าง ๆ บนท้องถนนด้วย
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า สำหรับอุบัติเหตุต่าง ๆ บนท้องถนน ตนขอฝากทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย จะต้องร่วมกันไปช่วยดูแลด้วย ทำอย่างไรถึงจะลดอุบัติเหตุการสูญเสียให้ได้มากที่สุด เรื่องนี้ฝากให้ 3 ขา ช่วยดูแลกันหน่อย โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และทางตำรวจ เราต้องลดอุบัติเหตุ ลดให้ได้จริง ๆ แต่ถ้าจะให้ใช้มาตรการเด็ดขาดโดยการยึดรถอย่างที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวไว้ ก็ต้องระวังหน่อย ต้องดูด้วยมีกฎหมายอะไรรองรับหรือไม่ อย่างไรก็ดีการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนมาตรการในการป้องกันต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการรณรงค์เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี การประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยให้บูรณาการร่วมกัน ให้เกิดผล เกิดความรวดเร็ว และเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุสู่จุดหมายให้เป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล
"ผมเป็นห่วงมากในกรุงเทพฯ ขอฝากถึงผู้ว่าฯ กทม.อย่างหนัก ๆ เลยว่า ที่เซ็นทรัลเวิร์ด เอเซียทีคมันมีคนเยอะมาก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น จะต้องมีวิธีการรับมืออย่างไร ในการที่จะต้องวางแผนร่วมกับทางทหารและตำรวจ ในการดูแลเรื่องนี้ ผมอยากเห็นว่าปีนี้อุบัติเหตุและการสูญเสียต่าง ๆ ให้มันน้อยลง ในเรื่องบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต ปีนี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ยิ่งดีที่สุด ถ้าเกิดก็เกิดให้น้อยที่สุด ฉะนั้นทุกกองทัพภาคกำลังเฝ้าดูอยู่ ทั้งกองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 กองทัพภาคที่ 4 กระทรวงมหาดไทย ตำรวจทั้งส่วนกลาง และภูธรภาค รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด"พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ประวิตร ยังได้สั่งการทิ้งท้ายก่อนปิดประชุมที่กระทรวงกลาโหม แบ่งเป็น 10 มาตรการสำคัญ ดังนี้ 1. ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนในชีวิตและทรัพย์สินทุกพื้นที่ เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง ปราศจากเหตุร้าย มีความปลอดภัยในการเดินทาง
2. ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการระวังป้องกันเป็นหลัก มากกว่าไปเน้นย้ำ ปราบปราม และจับกุม โดยใช้วิธีการหาข่าว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อเหตุร้ายต่างๆ
3. ให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมฯ โดยมีทุกหน่วยงานทั้ง ทหาร กระทรวงมหาดไทย หน่วยพยาบาล ตำรวจ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ โดยให้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะจุดจัดงานเคาท์ดาวน์ และการจัดสวดมนต์ข้ามปีที่มีประชาชนมาร่วมงาน ทุกพื้นที่พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุและการซ้อมแผน เพราะผู้ที่คิดร้ายจะไม่คำนึงถึงเรื่องบาปบุญ สามารถทำได้ทุกเรื่อง เพื่อความไม่ประมาท ต้องไปดำเนินการ
4. จุดจัดงานเคาท์ดาวน์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นจุดเสี่ยง ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไฟฟ้าส่องสว่างให้ใช้งานได้ทุกจุด อย่างมีประสิทธิภาพ
5. จุดสำคัญที่มีการจัดสวดมนต์ข้ามปีทุกพื้นที่ ให้มีการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะบริเวณท้องสนามหลวง ขอให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมฯบูรณาการ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน
6. จุดเคาท์ดาวน์ที่สำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น วัดอรุณราชวราราม ให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะทางน้ำ ขอฝากทาง กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ ปภ. และกรมเจ้าท่า ไปบูรณาการดูแล
7. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทุกชนิด
8. ให้ทุกหน่วยมีความตื่นตัว ดูแลเฝ้าระวังการก่อวินาศกรรม และอัคคีภัย
9. หยุดอุบัติเหตุทางถนน ให้เฝ้าระวังจุดที่เกิดเหตุบ่อย โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแล พร้อมอุปกรณ์เตรียมพร้อมให้ช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายในการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันเหตุจากการขับรถเร็ว การดื่มสุรา ไม่สวมหมวกกันน็อค
และ10. ให้ทุกหน่วยงานที่มีสื่อในมือ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังในการเดินทางเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรว่ากระทรวงมหาดไทยสั่งการจากส่วนกลาง ไปถึงภูมิภาคเรียบร้อยแล้ว ตามข้อสั่งการดังกล่าว อีกเรื่องคือความปลอดภัยทางถนน ต้องขอบคุณกองทัพบก ที่ส่งกำลังทหารไปร่วมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทุกมิติ โดยเฉพาะถนนสายรอง ในระดับพื้นที่หมู่บ้าน มีการบังคับใช้กฎหมายจากผู้ดื่มสุราแล้วขับขี่ เราสามารถยึดพาหนะได้ทันที แต่อยากเสนอแนะว่า ไม่ต้องไปกำหนดเวลาว่าจะคืนเมื่อไหร่ อย่างไร ให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้ามีสิ่งที่ต้องดำเนินการ เช่น พาหนะมีการดัดแปลง หรือผู้ดื่มสุรายังอยู่ในอาการมึนเมา สามารถกักตัวไว้ได้
"ท่านนายกฯ ต้องการให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงเทศกาล ตามสถิติบนท้องถนน พบว่า มีผู้เสียชีวิตในยามปกติ เฉลี่ย 30 คน ต่อวัน และในช่วงเทศกาล เฉลี่ย 50 คน ต่อวัน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก"รมว.มหาดไทย กล่าว
ขณะที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขณะนี้กทม.เตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย ทั้งทางบก และในน้ำที่มีเรือตรวจการณ์ โดยบูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการจัดสวดมนต์ข้ามปี บริเวณท้องสนามหลวง เราได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมฯ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขณะเดียวกันยังได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขต ดูแลพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัย และท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในส่วนของสถานีดับเพลิง 35 สถานีหลัก และสถานีรอง ก็ให้เตรียมพร้อมเช่นกัน นอกจากนี้ได้มีการเตรียมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ให้การช่วยเหลือทุกพื้นที่ของกทม.
ส่วนพล.ต.ต.สุรพล อยู่นุช ตัวแทนจากสตช. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย และป้องกันอาชญากรรมในช่วงเทศกาลฯว่า ช่วงเทศกาลจะมีการแอบลักลอบขนยาเสพติด เราจะมีการตรวจค้นเป็นพิเศษ ขณะที่โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ จำนวน13วัน จะมีการบริการประชาชน ส่วนมาตรการป้องกันอาชญากรรม ให้หัวหน้าสถานีในพื้นที่ทำงานตลอดช่วงเทศกาล อย่างไรก็ดี จากการสำรวจการจัดพื้นที่สวดมนต์ข้ามปี มีทั้งหมดทั่วประเทศ 5,959 จุด การเฝ้าระวังพื้นที่พิเศษ ในกทม.
โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด เอเชียทีค วัดอรุณฯ ต่างจังหวัด ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดใหญ่ แล้วสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ให้มีการตรวจผู้เข้าออกประเทศ เน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีบัญชีอยู่ในแบล็คลิสต์ ทั้งนี้จุดตรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ตำรวจตั้ง มีจำนวน 2,483 จุด ใช้กำลังตำรวจดูแล จำนวน 72,221 นาย ไปดูแลทุกจุดตรวจดังกล่าว


