วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'วัลลภ'จี้รัฐบาลจัดการโฆษณาประกันชีวิตผู้สูงอายุเกินจริง

'วัลลภ'จี้รัฐบาลจัดการโฆษณาประกันชีวิตผู้สูงอายุเกินจริง

"วัลลภ"ถามกระทู้จี้รัฐบาลจัดการโฆษณาประกันชีวิตผู้สูงอายุเกินจริง เมื่อเสียชีวิตบ.โบ้ยจ่ายเงินประกัน

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ได้พิจารณากระทู้ถามของนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ที่ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ปัญหาบริษัทประกันภัยโฆษณาเกินจริงหรือปิดบังข้อเท็จจริง ว่า การที่บริษัทประกันภัยบางแห่งโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ มีลักษณะโฆษณาเกินจริงหรือปิดบังข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้บริโภค เช่น การใช้คำว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ แต่มีปัญหาหลายกรณีที่เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตลงไปกลับถูกบริษัทประกันบอกล้างสัญญา เนื่องจากผู้ทำประกันมีสุขภาพไม่สมบูรณ์มาก่อน พร้อมคืนเงินค่าเบี้ยประกันที่เคยจ่ายมาแล้วและปฏิเสธความรับผิดชอบตามสัญญาประกัน ซึ่งการโฆษณาดังกล่าวถือเป็นการทำผิดจรรยาบรรณ แต่มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ เพื่อหวังผลทางการค้า แต่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงอยากถามว่ารัฐบาลมีนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาโฆษณาเกินจริงอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า  ธุรกิจประกันภัยได้แตกแขนงเป็นหลายอย่างทั้งประกันภัยแบบคุ้มครองอย่างเดียว คุ้มครองบวกสะสม และแตกหน่อเป็นผลิตภัณฑ์มากมายเป็นยูนิตลิงค์ และที่ยอดนิยมที่ผ่านมาคือประกันภัยผู้สูงอายุ ซึ่งการประกันภัยทั่วไปกับการประกันภัยผู้สูงอายุมีความแตกต่างกัน โดยกรมธรรม์ทั่วไปสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิด การพิจารณาทำประกันมีทั้งแบบตรวจสุขภาพและไม่ตรวจสุขภาพ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกันและแบบผลิตภัณฑ์ ดังนั้นการให้ข้อมูลในคำขอประกัน ผู้ขอประกันจะต้องแถลงข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยความสุจริตเป็นเรื่องสำคัญ จะเป็นเกราะกำบังเมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องการเคลม ขณะที่ผู้ขายประกันนอกจากเป็นมืออาชีพแล้ว จะต้องมีความซื่อสัตย์ มีจริยธรรม  

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ที่มีการร้องเรียนกันตนได้สอบถามไปยัง ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ( คปภ.) เป็นเรื่องผิดพลาดคลาดเคลื่อนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้ออายุไม่ถึงเกณฑ์ทำแบบผู้สูงอายุได้จะต้อง 50 ปี ขึ้นไป แต่ผู้ทำอายุแค่ 47 ปี ซึ่งทราบว่าทำประกัน 3 เดือนต่อมาก็เสียชีวิต ซึ่งก็ยังไม่สามารถเคลมได้ เพราะจะสามารถเคลมเบี้ยประกันภัยได้ต่อเมื่อพ้น 2 ปีไปแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายหากมาศาลก็ถือว่ามือไม่สะอาดทั้งคู่ ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง คปภ. สคบ. และสมาคมประกันชีวิต 

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ได้รับรายงานจากคปภ.ว่าตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ทางคปภ.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงไปตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึก โดยไม่พบว่ากรมธรรม์มีข้อบกพร่องหรือไม่ชัด แต่เป็นเรื่องของการโฆษณา หรือเรื่องกระบวนการขาย และที่สำคัญคือการรับรู้ของผู้ซื้อ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้นได้มีการหารือเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเนื่องจากการประกันภัยแบบผู้สูงอายุ เช่น รูปแบบของกรมธรรม์อาจแยกแยะไม่ได้ หรือสาระสำคัญมีการแจ้งให้ฝ่ายผู้ซื้อได้รับทราบชัดเจนหรือไม่ เช่น ไม่ต้องแถลงสุขภาพ ใช้สิทธิเคลมได้ในกรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเมื่อไหร่อย่างไรก็ตามเป็น เรื่องที่รับรู้ทั่วไปว่า แม้ว่าคนที่มีความรู้ คุณวุฒิ วุฒิภาวะ ตนก็ไม่คิดว่ามีสักเท่าไหร่ที่อ่านกรมธรรม์ได้ครบถ้วน ตัวหนังสือก็เล็กอยู่แล้ว ตนได้แนะนำไปว่าน่าจะสรุปสาระสำคัญที่เป็นปัญหาฟ้องร้องบ่อยๆให้ออกมาเป็นใบ ปะหน้าเพื่อให้ผู้ซื้อได้รับทราบก่อนการเสนอซื้อเสนอขาย คิดว่าจะมีผลในทางปฏิบัติได้มากพอสมควร 

นายวัลลภ กล่าวว่า อยากให้มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งมีข้อมูลในเรื่องนี้มากไปร่วมเป็น 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดย อยากให้ดูโฆษณาด้วยว่าอะไรที่เกินไปก็รีบยับยั้งและกำหนดโทษ เพราะถือว่าเข้าข่ายโฆษณาที่หลอกลวงเป็นหน้าที่คปภ.จะต้องเร่งรัดให้เร็ว ขึ้น อย่างไรก็ตามกรณีที่ตนยกมากับที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงเป็นคนจะกรณี เพราะกรณีของตนเป็นเรื่องของผู้สูงอายุรายหนึ่งทำกับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งตัวแทนผู้ทำประกันว่ายืนยันว่าไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ แต่ต่อมาผู้สูงอายุเกิดสะดุดขาล้มเสียชีวิต แต่เมื่อเคลมประกันบริษัทไม่ยอมจ่ายให้ โดยอ้างเป็นโรคประจำตัวผู้ป่วยเอง บุตรสาวผู้เสียชีวิตร้องขอความเป็นธรรม แต่บริษัทผู้เอาประกันไม่ยอมเจรจา จึงได้ดำเนินการแจ้งความฟ้องร้องกันอยู่ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นเรื่องของการโฆษณาเกินจริงหรือหลอกลวงประชาชนมีผลต่อ จิตวิทยาสูงมาก ดังนั้นจึงฝากรัฐมนตรีด้วย