วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประจิน'ยันเดินหน้าสำรวจพลังงานให้เกิดความมั่นคง

"พล.อ.อ.ประจิน" รองนายกฯ ยันเดินหน้าสำรวจค้นหาพลังงานเพื่อจะให้เกิดความมั่นคง ยัน“ไทย”ไม่ขาดแคลนพลังงานแน่ พอใช้กับทุกภาคส่วน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ว่า  โครงสร้าง 4 เรื่องที่สำคัญที่รับผิดชอบ คือ เรื่องของทรัพยากรมนุษย์ พลังงาน โครงสร้างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การศึกษา ทั้งนี้สถานศึกษานั้นจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มีประชาชนของประเทศไทย 65 ล้านคน ที่ไม่ได้เข้าถึงการศึกษาทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ชายขอบ และมีจำนวนหนึ่งที่ด้อยการศึกษา ไม่สามารถพูด อ่านเขียนได้  นอกจากนี้เรามีปัญหาในเรื่องครู ไม่ว่าจะเป็นเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ สถานศึกษาที่ต่ำกว่ามาตรฐานและการประเมินเพียง 30 เปอร์เซ็นต์  

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า รัฐบาลคาดหวังว่าจะดูแลให้ทั่วถึงทั้งในชุมชน ตัวเมืองรวมทั้งชุมชนที่อยู่นอกชายขอบพื้นที่ห่างไกล การสื่อสารทางไกล  การตั้งศูนย์ความรู้ในชุมชนควบคู่กับการวิจัย เพื่อที่จะนำความรู้นั้นมาสู่การประกอบอาชีพในที่สุด  ซึ่งขณะนี้เรามีเป้าหมายที่จะให้คนมีงานทำ ทั้งภาคการเกษตร การบริการ การท่องเที่ยวมีจำนวนที่ไม่เพียงพอ หลายคนจบมาแล้วไม่มีงานทำ หรือใช้วิชาชีพไม่ตรงกับที่เรียนมา จึงต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายใหม่  รวมทั้งด้านดิจิตอลและนวัตกรรมใหม่ๆ การแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อที่จะให้พึ่งพาตัวเองได้และเกิดความผาสุกในที่สุด รัฐบาลหวังว่าแผนงานต่าง ๆ จากนี้ไปหนึ่งปีครึ่งจนถึงการส่งต่อ  ในช่วงการปฏิรูปการศึกษาจะมุ่งหวังให้ทุกคนในประเทศ ได้มีความรู้คู่คุณธรรม มีหน้าที่และรับผิดชอบสมควรแก่ฐานะและการประกอบอาชีพ และจะนำทักษะไปเสริมการพัฒนา 

ส่วนกรณีของกระทรวงไอซีทีนั้น พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการบริการภาครัฐโครงข่ายพื้นฐาน ที่เกี่ยวกับเน็ตเวิร์ค การจะเปิดให้มีไวไฟ  ด้านอีคอมเมิร์ส การจะสร้างบุคลากรด้านไอซีที สร้างความเชื่อมั่น  สร้างฐานความรู้ที่จะนำไปใช้ในการที่จะไปสนับสนุนกิจการสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข อุตสาหกรรมและการบริการ โดยจะมีการบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ   สิ่งที่เราจะต้องดำเนินการต่อไป คือ การขับเคลื่อนดิจิตอลอีโคโนมี  เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องดูแลกลุ่มยุทธศาสตร์ 24 แผนงานซึ่งจะทำในปี 59 และ ปี 60 ซึ่งเราให้ความมั่นใจว่าการพัฒนาโครงข่ายและการบริการภาครัฐ ที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโครงข่ายด้านจิติตอลในประเทศ เกิดขึ้นแน่นอนในปี 60  และเราพยายามที่จะมีการบูรณาการด้านงบประมาณกับทุกกระทรวง  ทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ประโยชน์ด้านไอซีทีได้อย่างมีคุณค่า  โดยจะมีการแก้กฎหมายทั้งหมด 8 ฉบับ แต่จะไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาประเทศต่อไป 

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า สำหรับด้านพลังงานนั้น ในอดีตที่ผ่านมาเป็นประเด็นปัญหาความไม่เข้าใจ  โดยทุกภาคส่วนจะตีความเรื่องความเข้าใจด้านพลังงานไปคนละอย่าง  เช่น เรื่องราคาการไม่สอดคล้องกับต้นทุน เรื่องความเป็นธรรมที่เข้าถึงการใช้พลังงาน สาขาต่าง ๆ ทั้งดีเซล เบนซิน ก๊าซ และการที่เราจะต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน  การบริหารกองทุนอนุรักษ์พลังงาน  เรื่องต่าง ๆ ที่จะทำให้ราคาน้ำมันสอดคล้องกับกระแสโลก ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหลายๆหน่วยงาน 

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า สิ่งแรกที่สำเร็จแล้วคือ แผนพลังงานแห่งชาติและแผนพลังงานที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำมัน ก๊าซหรือพลังงานทดแทนออกมาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้การเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องพลังงานก็ออกมาเรียบร้อยแล้ว เราสามารถทำแผนทั้งหมดได้ 4-5 ฉบับ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง หวังว่าจะลดการใช้ฟอสซิล และจะเพิ่มพลังงานทางเลือกให้ได้ จากสัดส่วนปัจจุบัน 10% ให้เป็น 30% ในอนาคต และได้วางแผนที่จะดูแลการใช้พลังงานทุกภาคส่วนให้เป็นธรรม ลดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้เราจะแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลที่สื่อสารไปแล้ว มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเราจะเดินหน้าต่อในการสำรวจพลังงาน ค้นหาพลังงาน เพื่อจะให้เกิดความมั่นคงด้านนี้ต่อไป เรามีความมั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่ขาดพลังงาน และจะเพียงพอในการใช้พลังงานทุกภาคส่วน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง 

ด้านพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาสัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ดำเนินงานด้านสังคมคืบหน้าไปมาก มีการอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องและตั้งคณะกรรมการด้านต่างๆ เข้ามาดูแล  ทั้งนี้การทำงานด้านสังคมเป็นงานบริการที่ลักษณะงานที่ไม่หวือหวา ทำให้ประชาชนหรือแม้แต่สื่อมวลชนเองไม่ได้ให้ความสำคัญ สำหรับผลงานด้านสังคมของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา เน้นแก้ปัญหาค้ามนุษย์ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยด้านสังคมจะเข้าไปเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือได้รับผลกระทบ เรื่องพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย นอกจากนั้นมีอีกหลายโครงการที่เข้าไปช่วยเหลือ เช่น  โครงการพัฒนาชุมชนแฟลตดินแดง การดูแลแม่ตั้งครรภ์ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการ ทีมหมอครอบครัว โรคอุบัติใหม่ การจัดทำคู่มืออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตด้วย