ศาลปกครองออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงการดำเนินการกรณีที่มีการกล่าวหาว่า"หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล"
ในวันนี้ศาลปกครองออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีที่มีการกล่าวหาว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด มีพฤติกรรมที่อาจถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งใจความว่า
ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนบางสื่อ เรื่องนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ถูกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย กรณีถูกกล่าวหาว่าขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด มีพฤติกรรมใช้รถยนต์ส่วนกลางไม่ชอบด้วยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ นั้น
สำนักงานศาลปกครองขอเรียนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนี้
๑. กรณีที่มีการกล่าวหานายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดมีพฤติกรรมที่อาจถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง นั้น คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง(ก.ศป.) มิได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเอง หากแต่เป็นเรื่องที่ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นได้เข้าชื่อกัน ทำหนังสือถึง ก.ศป. เพื่อขอให้คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ซึ่งเรื่องพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนกลางไม่ชอบด้วยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นหนึ่งในกรณีที่ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นขอให้ ก.ศป. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังได้มีหนังสือขอให้ ก.ศป. ตรวจสอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ต่อกรณีดังกล่าวด้วย ก.ศป. จึงต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
๒. ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑๘๑ – ๒/๒๕๕๘ เมื่อวันพุธ ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๘ ได้พิจารณาและมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีต่างๆ ตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น และเสนอต่อ ก.ศป. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ๒ กรณี คือ
๒.๑ กรณีที่มีการกล่าวหาว่านายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดมีพฤติกรรมที่อาจถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง (กรณีการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลกและยกยอดฉัตรทองคำลูกแก้ว ณ วัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัย) ก.ศป. พิจารณาและมีมติว่า เป็นกรณีมีมูลตามที่กำหนดในประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๔ และระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน (คณะกรรมการสอบวินัย) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนของคณะกรรมการดังกล่าว
๒.๒ กรณีที่มีการกล่าวหาว่านายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดมีพฤติกรรมที่อาจถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง (กรณีการกล่าวหานายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ว่ามีสติไม่สมประกอบคลั่งพลังจิต) ก.ศป. พิจารณาและมีมติว่า กรณีการกล่าวหานายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดว่ามีสติไม่สมประกอบคลั่งพลังจิตนั้นเมื่อผู้ที่ลงข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวหา นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุดว่าสติไม่สมประกอบคลั่งพลังจิต ได้ลงข้อความขอขมาในเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการกระทำด้วยความคึกคะนอง เพื่อใส่ร้ายนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ดังนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าพฤติกรรมของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีสติไม่สมประกอบคลั่งพลังจิตตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและให้ยุติเรื่องดังกล่าว
๓. สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหาว่านายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด มีพฤติกรรมที่อาจถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง (กรณีการใช้รถยนต์ส่วนกลางของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ไม่ชอบด้วยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔) คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ได้พิจารณาและมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเห็นว่า พฤติกรรมของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ในขณะดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด มีมูลความผิดทางวินัย กรณีใช้รถยนต์ส่วนกลางโดยไม่ชอบด้วยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๓ และข้อ ๒๑ และให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบข้อ ๕ วรรคสอง และข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๔) ของระเบียบก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว


