"วิษณุ"ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขออนุญาตของทางราชการ ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) โดยการจัดพิธีลงนามดังกล่าว สืบเนื่องมาจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 และมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นมา รวมทั้ง นโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้หน่วยงานของรัฐอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนและประชาชนในการมาติดต่อขอรับบริการจากทางราชการ
ดังนั้นสำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการศึกษาแนวทางการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ ประกอบกับการดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ข้อที่ 16 ที่ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาปรับปรุงแบบฟอร์มและเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการติดต่อราชการให้ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชน โดยรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ได้มอบหมาย ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายเมธินี เทพมณี) เป็นหัวหน้าคณะทำงานในเรื่องดังกล่าวด้วยนั้น
การลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือฯ ดังกล่าว จึงถือเป็นความร่วมมือกันในการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนในการขออนุญาตของทางราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการบันทึกข้อมูลเรื่องเดียวกันหรือการขอเอกสารซ้ำซ้อน โดยการดำเนินงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 (ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559) เป็นการเริ่มต้นเชื่อมโยงข้อมูลสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งหน่วยงานภาคเอกชนผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนไม่ต้องยื่นสำเนาในการยื่นคำขอ ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงิน และหนังสือบริคณห์สนธิ โดยมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับ ระยะที่ 2 จะขยายผลในภาพรวมของระบบราชการโดยผู้ขอรับบริการไม่ต้อยื่นสำเนาในการยื่นคำขอที่ต้องใช้เอกสารหลักฐานดังกล่าว โดยทุกฝ่ายตกลงร่วมมือกันดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด





