วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.การเมืองชงกรธ.คุมเข้มคุณสมบัติผู้สมัคร

สปท.การเมือง ชงกรธ.คุมเข้มคุณสมบัติผู้สมัคร เล่นงานหนักนายทุนพรรคปรับ 50 ล้านบาท

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. เปิดเผยว่า กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเตรียมทำความเห็นและข้อเสนอแนะ การปฏิรูปด้านการเมืองเสนอต่อกรธ. ในสัปดาห์หน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่ทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงคือ การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามผู้รับสมัครเลือกตั้งทุกระดับให้มีความ เข้มข้นกว่าที่เคย เพื่อช่วยคัดกรองบุคคลเบื้องต้น ก่อนให้ประชาชนเลือกตั้ง เช่น คนมีประวัติถูกไล่ออก ปลดออกจากราชการ และทุจริตจะไม่มีสิทธิลงสมัคร

รวมทั้งคนที่เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษ เพราะทุจริตการเลือกตั้ง หรือคนมีประวัติไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต จะไม่มีสิทธิเช่นกัน อีกใครจะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องแจ้งความจำนงต่อกกต.ก่อนประกาศเลือกตั้งไม่ น้อยกว่า 1 ปี เพื่อให้ประชาชนพิจารณาตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติก่อน ตลอดจนการเปิดเผยการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี และแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนและคู่สมรสโดยละเอียด  

นายวันชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกันจะกำหนดบทลงโทษผู้รับสมัครเลือกตั้งที่ทุจริตให้รุนแรง เช่น การตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต และมีจำคุก 1-10 ปี ไม่มีการรอลงอาญา ให้มีอายุความ 20 ปี หากเป็นการกระทำผิดของหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ถ้าเป็นเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่จากการทุจริตเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น รับผิดชอบชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ ขณะเดียวกันจะมีบทลงโทษนายทุน กลุ่มทุนที่แจกเงินพรรคการเมือง ให้มีโทษจำคุก 10 ปี ไม่รอลงอาญา และมีโทษปรับไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

พร้อมให้ผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผยได้รับเงินค่าปรับดังกล่าว และมีบทลงโทษที่รุนแรงกับคนที่เป็นหัวคะแนนที่รับเงินหรือผลประโยชน์ไปซื้อเสียง นอกจากนี้ผู้รับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้สมัครหรือบุคคลใดเป็น ค่าตอบแทนก็ต้องได้รับโทษทางอาญาหนักเช่นกัน และให้มีบทลงโทษทางอาญาอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือกระทำการให้คุณให้โทษผู้สมัคร รับเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในส่วนการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐนั้น กมธ.การเมืองมีข้อเสนอต่อกรธ.อาทิ การแยกอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารออกจากกัน เพื่อให้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านระบบรัฐสภามีประสิทธิภาพ ขณะที่ในส่วนองค์กรอิสระเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการสรรหา โดยให้เพิ่มจำนวนคณะกรรมการสรรหาที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญกับภารกิจขององค์กรนั้น และวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการองค์กรอิสระควรกำหนดระยะเวลาเพียง 6 ปี โดยให้มีการเปลี่ยนจำนวนประมาณกึ่งหนึ่งทุกครึ่งวาระของการดำรงตำแหน่ง ส่วนการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เสนอให้มีหลักสูตรการศึกษาด้านการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นหลักสูตรการศึกษาอยู่ในบทเรียนทั้งในระบบและ นอกระบบ โดยให้นำไปบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ด้านการศึกษา  

นายสมพงษ์ สระกวี กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ในส่วนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง ทราบว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้แม่น้ำ 3 สาย ไปพิจารณาแนวทางสร้างความปรอง ดอง โดยในส่วนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แนวทางสร้างความปรองดองขึ้นมา ในส่วนรัฐบาลให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เป็นผู้รับผิดชอบ และในส่วนสปท.ให้กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เป็นผู้รับผิดชอบ โดยสปท.การเมืองจะไปศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองตามราย งานของคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่มีนายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน พร้อมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาจากอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความปรองดองภายในชาติ โดยอาจนำไปบัญญัติไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป