"ประยุทธ์"สั่งทุกกระทรวงแถลงผลงานรูปแบบใหม่ อาจเปรียบเทียบนโยบายเก่า-ใหม่ ให้เห็นความคืบหน้า เผยหลังปีใหม่เน้นลงพื้นที่ ลั่นไม่ได้ไปจับผิด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า การประชุมครั้งนี้มีเรื่องของการเตรียมการแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาลด้วย ตนเพียงแต่อยากให้ทุกอย่างเป็นการนำเสนอในรูปแบบใหม่ ว่าต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่าปัญหาของประเทศอยู่ที่ไหน แล้วเราจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศอย่างไร วันนี้เราทำอะไรถึงไหนแล้ว ก็อาจจะต้องนำเสนอเป็นกิจกรรมของทุกกระทรวง หากเราเสนอแต่ภาพคงไม่เข้าใจ ตนต้องการให้สร้างการเรียนรู้ และสร้างการรับรู้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสิน จะดีหรือไม่ดีตนไม่รู้เหมือนกัน อะไรจะผิดถูกตนไม่พูดอย่างนั้น อาจจะต้องเปรียบเทียบโครงการน้ำเก่ากับน้ำของเรามันต่างกันอย่างไร ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เข้าใจ กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้ทำให้ช้าลงหรือเปล่า
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ดูคือเป็นห่วงเรื่องของงบประมาณ ถ้ารัฐบาลลงทุนมากๆทั้งโครงการ มันไปไม่ไหว เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่รออยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและเศรษฐกิจระดับล่าง เอสเอ็มอี การลงทุนการค้าต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการลงทุนใหม่ ถ้าติดและคิดอยู่แบบเดิมๆ ข้าราชการยังคิดแบบเดิม มันก็ไปไม่ได้หมด วันนี้ต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนกับการปฏิรูปประเทศ จากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาหยุดมาหลายปี ทุกเรื่อง ไม่พัฒนา วันนี้รัฐบาลต้องนำข้าราชการภาคธุรกิจ ประชาชนไปด้วยกัน ตรงนี้คือสิ่งที่หายไป ต่างคนต่างทำของตัวเอง โดยในวันนี้ตนไม่อนุมัติแบบนั้น จะต้องหารือกันให้ครบว่าเกี่ยวข้องกับกระทรวงไหน สิ่งสำคัญคืออยากให้ทุกอย่างต่อเนื่องไปในวันข้างหน้า ช่วงที่ตนไปแล้วว่าจะทำอย่างไร
“ไม่ได้หมายความว่าจะไปสืบทอดอำนาจ แต่ต้องการสืบทอดในสิ่งที่ทำว่าทำอย่างไร ให้ทำต่อไป แต่ถ้าเขาไม่ทำก็เรื่องของเขา คนตัดสินคือประชาชน ในฐานะเป็นผู้เลือกตั้ง แต่ผมจะทำแผนเขาไว้ทั้งหมด ว่าในระยะเวลา 20 ปีของยุทธศาสตร์ควรจะเป็นอย่างไร จะเป็นความคิดของรัฐบาลผม อย่างวันนี้ผมไม่ได้ปฏิเสธ มีบางเรื่องที่เอาแนวทางทำไว้แล้วเดิม มาปรับแก้ โดยกำหนดระยะเวลา ไม่ใช่ทำพรวดๆทีเดียว และอนุมัติงบประมาณล่วงหน้าไปหลายสิบปี มันไม่ไหว แค่ผูกมัน 3-4 ปีก็แย่แล้ว” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการอนุมัติลงทุนใช้จ่ายสาธารณูปโภคพื้นฐาน รถไฟ รถไฟฟ้า ซึ่งต้องมี แต่จะมีอย่างไร ต้องร่วมทุนแบ่งปันผลประโยชน์ หาผลประโยชน์จากสองข้างทางซึ่งก็ติดข้อกฎหมาย การใช้พื้นที่รถไฟก็ต้องทำกฎหมายใหม่ เพื่อใช้พื้นที่สองข้างทางให้เกิดประโยชน์ได้ ทั้งทำธุรกิจและที่อยู่อาศัย เหมือนกับที่เมืองนอกเขาทำ ไม่เช่นนั้นก็ได้แค่กิจการรถไฟฟ้าสายเดียว ซึ่งมันต้องปรับวิธีการทำงานใหม่ แต่มันก็ไม่ทันในของเก่าที่ได้ทำไปแล้ว ทุกอย่างทำได้ถ้าเขียนทีโออาร์ให้ชัดเจน ให้นักลงทุนสนใจ แต่บางอย่างทำมากไม่ได้ เพราะไม่มีแรงจูงใจ เพราะเราไม่ใช่ประเทศร่ำรวยหรือมีสภาพการใช้จ่ายที่สูง นักลงทุนเขามองอนาคต ถ้าผลตอบแทนน้อยเขาก็ไม่กล้าลงทุน แม้แต่เรื่องพลังงานถ้าเสี่ยงแล้วไม่คุ้มค่าใครจะรับผิดชอบ ก็ไม่รู้ อยากทำตามใจทุกคน แต่ต้องเอาประเทศชาติมาก่อน อย่าขัดแย้ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ในปีหน้า 2560 ตนได้สั่งไปแล้วว่าจะเน้นการลงพื้นที่ให้มากขึ้น คำว่ามากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะไปจับผิดใคร แต่ต้องการไปดูความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย ซึ่งในทางปฏิบัติรัฐมนตรีได้ทำอยู่แล้ว และรองนายกฯ ก็ได้ขับเคลื่อนอยู่แล้ว มีคณะกรรมการขับเคลื่อนมากมาย สิ่งเหล่านั้นคือทำให้เกิด และตนจะไปดูสิ่งที่เขาทำว่าเกิดอะไรให้เห็น ไม่ใช่ต้อนรับรัฐมนตรี รับรองนายกฯ ก็เหมือนเดิม แต่ตนจะไปดูเรื่องนวัตกรรม การวิจัยพัฒนา อะไรดีขึ้นบ้าง ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างไร สหกรณ์มีการพัฒนาหรือไม่ กองทุนหมู่บ้านที่นำลงไปเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ตนจะไล่แบบนั้น ฉะนั้นสองคณะแรก จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติและติดตาม ส่วนตนจะไปดูความก้าวหน้า ว่าตรงกับสิ่งที่ได้วาดหวังไว้หรือไม่ ทั้งในระยะหนึ่ง สอง และปฏิรูปในระยะสาม รัฐบาลหน้า
“วันนี้ต้องลดภาระผมนิด อย่าให้ผมเสียสมองกับเรื่องอื่นเยอะ มันไม่ไหว มันปวดหัว มันโมโหด้วย อะไรด้วยเยอะแยะ ทำให้การทำงานของผมลำบาก” นายกฯ กล่าว





