"พล.อ.อนุพงษ์"ยันไม่โชว์รายได้-อาชีพ บนบัตรประชาชน ย้ำแค่เก็บฐานข้อมูล
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีนโยบายในการให้ระบุรายได้และอาชีพของประชาชนลงในบัตรประชาชนว่า ประเด็นที่นายกฯได้ให้นโยบายไว้ คือเพื่อให้บัตรประจำตัวประชาชนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เช่น สามารถไปติดต่องานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สำเนา แต่ใช้เพียงบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ส่วนการเตรียมการขณะนี้ ตนได้มอบหมายให้นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แบ่งคณะทำงานออกเป็น 2 ชุด โดยชุดที่1. ดูแลเรื่องการทำข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงกับทุกกระทรวงที่จะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ และชุดที่ 2. หาข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยข้อมูลดังกล่าวจะเกี่ยวกับอาชีพและรายได้ เพื่อที่รัฐบาลจะใช้ในการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง เช่น การขึ้นรถเมล์ฟรี ก็จะใช้ฐานข้อมูลนี้เป็นตัวตั้ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ตรงกับผู้ที่มีรายได้น้อยจริงๆ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาของเราในขณะนี้คือผู้มีรายได้น้อยไม่อยู่ในระบบของภาษี ทำให้เราไม่มีฐานข้อมูลเลย เมื่อไม่มีฐานข้อมูลการช่วยเหลือจึงทำได้ลำบาก หรือการช่วยเหลือโดยไม่มีฐานข้อมูลเป็นตัวตั้ง นายกฯจึงมอบนโยบายเพื่อดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้คณะทำงานที่ตนได้มอบหมายให้ปลัดฯดำเนินการนั้น อยู่ในขั้นหารือกัน มีหลายแนวคิดที่จะให้หน่วยงานรับผิดชอบ แต่บางหน่วยงานคิดว่าคงไม่เหมาะสมที่จะไปดำเนินการเอง ตอนนี้กำลังหากลไกว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ตัวเลขรายได้ที่แท้จริง เพราะอาชีพเดียวกัน แต่เงินเดือนไม่เท่ากัน
"คงไม่ใช่การเอาอาชีพและรายได้ไปใส่ไว้ในบัตรประชาชน มันเป็นเพียงการเก็บฐานข้อมูลธรรมดา เพื่อใช้ในการวางแผน ส่วนใหญ่จะเป็นแผนการช่วยเหลือประชาชนมากกว่า ไม่ได้มีการเอาข้อมูลไปเปิดเผยบนบัตร เพราะกฎหมายบัตรประชาชนก็มีระบุอยู่ว่า อะไรสามารถทำได้ หรือไม่ได้ แต่เรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลให้อำนวยความสะดวกนั้น รัฐบาลได้สั่งให้ดำเนินการแล้ว ผมเข้าใจว่าตอนนี้คงให้ทางคณะกรรมการเขาดำเนินการขึ้นมาก่อน และให้ทางนายกฯตัดสินใจอีกทีว่าจะเป็นในรูปแบบไหน คิดว่าคงไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ตามที่เป็นกระเเสต่างๆออกมา" รมว.มหาดไทย กล่าว


