"พล.อ.ประวิตร" ถกแก้รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ยันเดินหน้าเต็มสูบ เตรียมชง ครม.อังคารหน้า ดีเดย์สร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวยาว 8 กิโลฯ ต้นปี59
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ครั้งที่ 1/2558 พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หน่วยงานกทม. และข้าราชการระดับสูงส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวตอนหนึ่งว่า การบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ 8 แห่งนั้น เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งได้เร่งรัดให้มีการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลองทั้ง 9 คลองในกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำ การสัญจรทางน้ำ และพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ ใช้เป็นเส้นทางจักรยาน สวนสาธารณะ ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยว โดยใช้คลองลาดพร้าวเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือว่าล่าช้าเกินกว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน โดยกทม.มีงบประมาณในการสร้างเขื่อนและหาผู้จ้างเหมาได้แล้ว แต่ยังไม่ได้เสนอ ครม.อนุมัติ เนื่องจากติดขัดในเรื่องของการรื้อย้ายและจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับประชาชนที่รุกล้ำ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) มีงบประมาณส่วนหนึ่งแล้ว ดังนั้นการประชุมในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ขับเคลื่อนงานให้ก้าวหน้า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องให้ความร่วมมือและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด พื้นที่ที่มีกรอบอุปสรรคขอให้ลงมือดำเนินการได้ทันที โดยให้วางแผนการรื้อย้าย ทำที่พักชั่วคราวและจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ
"ผมขอเน้นย้ำว่า โครงการนี้เป็นนโยบายเร่งด่วน จะต้องดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว อยากจะเน้นย้ำกับทางคณะกรรมการว่าเราจะต้องทำให้ได้ประโยชน์ ทำให้เห็นได้ชัดเจน ในปี 2559 ต้องก่อสร้างให้ได้ เพราะงบประมาณต่างๆนั้นมีเรียบร้อยหมดแล้ว โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนข้างคลองลาดพร้าวระยะทาง 8 กิโลเมตร ในวงเงินงบประมาณกว่าหนึ่งพันล้านบาทนั้น ทางกทม.สามารถดำเนินการได้แล้ว รอเพียงเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และดำเนินการก่อสร้างต่อไป” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ขณะเดียวกันสหพันธ์พัฒนาชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ นำโดยนายพรเทพ บูรณบุรีเดช ผู้ประสานงานสหพันธ์ฯ และเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ที่มีน.ส.ทักษิณา จริญญา เป็นผู้ประสานงาน พร้อมพวก ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการทำที่อยู่อาศัยชุมนริมคลองและพัฒนาสิ่งแวดล้อมคูคลอง นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มผู้คัดค้านแสวงหาผลประโยชน์จากชุมชน เนื่องจากทางสหพันธ์ และเครือข่ายเห็นว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวยังล่าช้า และยังมีผู้ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามทางกลุ่ม และประชาชนที่อาศัยริมคลองพร้อมทำตามนโยบายรัฐบาล เพื่อจัดพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นประโยชน์สาธารณะ และมีการแก้ปัญหาร่วมกันในพื้นที่ เพราะ “คนต้องอยู่คู่กับคลอง” โดยมีนายประทีป กีรติเรขา รองปลัดมท. เป็นตัวแทนมารับหนังสือ พร้อมยืนยันจะรายงานให้พล.อ.ประวิตรรับทราบ
ต่อมาภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่มาร้องเรียน ตนได้รับรายงานแล้ว เขามาเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของเราอยู่แล้ว ส่วนโครงการมีความคืบหน้าไปมาก โดยในสัปดาห์หน้าทางกระทรวงมหาดไทย จะส่งเรื่องเข้าครม.เพื่อพิจารณาเริ่มการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวเป็นลำดับแรก และจะดำเนินการก่อสร้างทันที ในเดือนมกราคม 2559 นี้ อะไรที่เราสามารถก่อสร้างได้ หรือที่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยเราจะดำเนินการทันที รวมไปถึงในหลายๆสถานที่เราจะมีการตกลงกับแต่ละชุมชน ขณะเดียวกันทางพม.จะทำหน้าที่จัดอาคารที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยบริเวณริมคลอง ภายในเดือนเมษายน 59 คาดว่า ตามแผนงานที่ กทม. ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และหน่วยเกี่ยวข้อง ได้วางเอาไว้ จะพยายามดำเนินการให้เสร็จสิ้นทุกอย่างภายใน 3 ปี ยืนยันว่าจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพราะเรามีงบประมาณพร้อมในทุกด้าน
พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกลุ่มผู้คัดค้านไม่เห็นด้วยในโครงการนี้ว่า เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ทราบว่า จะคัดค้านเรื่องอะไร โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดี ตนยังมองไม่เห็นเลยว่าจะมาคัดค้านเรื่องอะไร อาจจะมีผลประโยชน์หรือไม่ เจ้าหน้าที่จะลงไปตรวจสอบ อย่างไรก็ดี คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ จะลงไปสร้างการรับรู้ ถึงการดำเนินการทั้งหมดของโครงการต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนริมคลองลาดพร้าว ที่มีถึง 43 ชุมชน คงต้องใช้เวลาซักระยะ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่อาจมีบางกลุ่มไม่เข้าใจ คิดว่าคลองมีลักษณะที่กว้าง แล้วมาต่อรองเพื่อดำเนินการนั้น ยืนยันว่าเรามีการออกแบบแผนงานไว้เรียบร้อยแล้ว




