วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปน.แจงคดีพิพาทกับไอทีวี ให้ครม.ทราบ

"สปน."รายงานความคืบหน้าคดีพิพาทกับไอทีวีให้ครม.ทราบ ด้านโฆษกรัฐบาลแจงรบ.มีนโยบายห้ามใช้อนุญาโตอีก มีปัญหาให้ขึ้นศาลเท่านั้น

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ในการประชุมครม.วันที่ 8 ธันวาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้นำรายงานผลการดำเนินการตามข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 46/2550 ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) กับ บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน) รายงานให้ครม.ทราบ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นคดีที่บริษัทไอทีวีฯ ให้คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดกรณี สปน. ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเข้าร่วมงานฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อสัญญาเข้าร่วมงานฯ และความไม่ถูกต้องในการเรียกร้องให้บริษัทฯ ชำระค่าส่วนต่าง ดอกเบี้ย ค่าปรับมูลค่าทรัพย์สินที่ส่งมอบไม่ครบ และบริษัทฯ ขอเรียกค่าเสียหายจาก สปน.จำนวน 21,814 ล้านบาท พร้อม ทั้งขอให้ชดเชยความเสียหายโดยให้บริษัทฯ ได้กลับเข้าดำเนินการสถานีโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ ต่อไปจนครบอายุตามสัญญาฯ 

โดย พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สปน.รายว่า มาตามกฎกติกาเดิมถ้ามีข้อขัดแย้งกันระหว่างรัฐกับเอกชนจะแก้ไขด้วยอนุญาโตตุลาการ ซึ่งกรณีไอทีวีก็ไปฟ้องอนุญาโตตุลาการ ซึ่งอนุญาโตก็ตัดสินว่าไอทีวีชนะ ดังนั้นสปน.ก็ไปฟ้องศาลปกครองกลาง ศาลก็มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอนุญาโตตุลาการ และไอทีวีได้อุทธรณ์ไอที่ศาลปกครองสูงสุด และมีคำตัดสินยืนตามศาลปกครองกลางว่าให้ยกเลิกคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งไอทีวีจึงย้อนกลับไปหาอนุญาโตตุลาการอีกครั้ง โดยระบุว่าทำแบบนี้ไม่ได้เพราะตกลงกันไว้แล้ว

 

“การใช้อนุญาโตตุลาการจึงเป็นเรื่องที่อินฟินิตี้ หรือไม่มีที่สิ้นสุด ก็ยังไม่จบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ได้ทราบเรื่องราวนี้มาโดยตลอดจึงมีกฎกติกามีมติครม.ไว้แล้วว่าการดำเนินการระหว่างรัฐกับเอกชนให้แก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้วยศาลเท่านั้น ห้ามใช้อนุญาโต เว้นเสียแต่ว่ามีกรณีใดมีความพิเศษที่ต้องใช้อนุญาโตตุลาการ ให้มาขอครม.เป็นเรื่องๆไป หรือถ้าจะเป็นบริษัทของต่างประเทศที่เขาไม่ยอมรับในหลักเกณฑ์นี้ต้องใช้อนุญาโตก็ต้องแจ้งครม.เป็นครั้งคราวไป โดยให้หน่วยงานต้นสังกัดมาขอครม.” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว