โฆษกรัฐบาลเผยครม.ยังไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมของกระทรวงพลังงาน โยนให้กฤษฎีกากลับไปทำรายละเอียด
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ของกระทรวงพลังงานไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของครม. แต่ครม.ให้ไปหาข้อยุติให้ลงตัว ได้ข้อยุติเรียบร้อย แล้วให้นำพ.ร.บ.ฉบับนี้มาผ่านความเห็นชอบของครม.อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงส่งร่างพ.ร.บ.ไปสู่ขั้นตอนของกฤษฎีกาที่ดูในรายละเอียด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าถ้าสมมติผ่านกฤษฎีกาแล้วผ่านไปชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อมันเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมสนใจ อะไรก็แล้วแต่ที่ยังไม่ลงตัวกัน ท่านก็ต้องเข้าใจว่ากลุ่มพรบ.ปิโตรเลียมในประเทศไทยมี 3 กลุ่ม
1.รัฐบาล ที่ยึดประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และต้องการให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน
2. กรรมาธิการของสนช.
และ3. เอ็นจีโอและภาคประชาชน นายกฯจึงเป็นห่วงว่าถ้าไปสู่สนช. เรื่องที่ยังไม่ชัดเจนคุยยังไงก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นให้กระทรวงพลังงานไปหารายละเอียดในประเด็นที่ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ยังไม่ลงตัว แล้วชี้แจงทำความเข้าใจให้เรียบร้อย
“วันนี้กระทรวงพลังงานเลยรับเอาประเด็นต่างๆที่ทำคำชี้แจงแล้วก็อธิบายไปแล้วมาเล่าให้ครม.ฟัง ซึ่งเรื่องที่เล่าไม่ได้หมายความว่าได้ข้อยุติกับสนช.หรือฝั่งเอ็นจีโอ มีทั้งเรื่องที่ไดข้อยุติ และมีบางเรื่องที่ไม่ได้ข้อยุติ วันนี้ครม.จึงเพียงรับทราบว่าได้พยายามทำความเข้าใจแล้ว”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
โฆษกฯ กล่าวอีกว่า ครม.มีข้อสังเกตุและนายกฯก็คือ เมื่อบางกรณียังไม่ได้ข้อยุติ ท่านต้องหาข้อยุติและข้อตกลงให้ได้ โดยเชิญมาพูดคุยกัน อะไรที่เป็นความสบายใจของสนช. อะไรที่เป็นความสบายใจของกลุ่มเอ็นจีโอ ถ้าสามารถผนวกร่วมลงไปในตัวพ.ร.บ.ได้ก็ให้ใส่ลงไป อะไรที่ไม่จำเป็นต้องใส่แต่ต้องรับปากกันให้เข้มแข็งว่าในวันข้างหน้าจะมีกฎกติกามาเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเป็นกฎกระทรวง ก็ทำให้เรียบร้อย ยกตัวอย่าง เรื่องของการจ้างผลิต เรื่องของบรรษัทที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความสบายใจว่ารัฐฟังข้อมูลของทุกส่วน ไม่ได้เอาตามแนวความคิดของตัวเองเป็นตัวตั้ง ขอให้ใส่ไว้ไม่เสียหายอะไร แต่รายละเอียดจะต้องทำอะไรอย่างไร เดี๋ยวต้องคุยในรายละเอียด
“อย่างผู้เสนอเรื่องบรรษัท ถามเขาว่าแล้วรายละเอียดเป็นอย่าง เขาเองก็ตอบไม่ได้ เรื่องของการจ้างผลิตคนที่เสนอเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้นไม่เป็นไร ใส่ประเด็นใหญ่เอาไว้ก่อนในพ.ร.บ. แล้วประเด็นย่อยไปหาข้อยุติกันเพื่อให้สังคมสบายใจว่า ถ้าจะออกกฎหมายนี้มาทั้งทีก็ต้องครอบคลุมในประเด็นต่างๆที่ให้รัฐ ประเทศและประชาชนได้ผลประโยชน์สูงสุด”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
เมื่อถามว่าเป็นการตีกลับพ.ร.บ.หรือไม่ โฆษกฯ กล่าวว่า ไม่เชิงเป็นอย่างนั้น ไม่ถึงขนาดนั้น ก็ไปดูรายละเอียดต่างๆให้ชัดเจนอีกครั้งแล้วนำมาเสนอครม.ใหม่ ถ้าทุกอย่างมาเป็นข้อตกลงใจของรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาข้อยุติในเบื้องต้นให้ได้จากความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะนายกฯเชื่อว่าจุดประสงค์เหมือนกันคือได้ผลประโยชน์สูงสุดกับชาติบ้านเมือง ไม่ต้องการให้ภาคการเมืองที่ไม่แน่ใจในวันข้างหน้าจะล้วงลูกขนาดไหน ให้มีอิทธิพลน้อยที่สุด


