วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'แจงเห็นขัดแย้ง3ประเด็น ร่างกม.ปิโตรฯ

"วิษณุ"เผยถกร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมวันนี้ แบ่งปมความเห็นแย้ง 3 ประเด็น สั่งกระทรวงพลังงานแจง ประชาชน ไทยไม่มีน้ำมันมาก อย่าง"เอ็นจีโอ"คิด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ.... และร่างพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม(ฉบับที่...) พ.ศ.... ว่า พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับเคยนำเข้าที่ประชุมครม.มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งครม.ก็ได้รับหลักการเหมือนกฎหมายทั่วไป ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบก่อนนำเสนอเข้าสภาฯอีกครั้ง ซึ่งวันเดียวกันนี้กฤษฎีกาได้รายงานมายังครม.ว่าตรวจสอบเสร็จแล้ว รวมถึงได้พิจารณาในประเด็นที่ยังมีความเห็นขัดแย้งกันเท่าที่จะทำได้ แต่มีผู้ที่ยังไม่พอใจและมีความคิดเห็นไม่ตรงกันระหว่างคน 3 กลุ่ม คือ 1.กรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้ล่วงหน้า 2.กระทรวงพลังงานซึ่งเป็นเจ้าของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และ 3.กลุ่มเอ็นจีโอ 

นายวิษณุ กล่าวว่า กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 อาจมีความเห็นสอดคล้องกันอยู่มาก แต่กระทรวงพลังงานก็ยังเห็นแย้งในหลายประเด็น จึงหารือกับครม.ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเมื่อครม.ได้พิจารณาจึงแบ่งรวามเห็นแย้งออกเป็น 3 ประเด็น คือ 1.กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 อยากให้เขียนบางเรื่องลงไปในพ.ร.บ.ดังกล่าว แต่กระทรวงพลังงานเห็นว่าไม่สามารถเขียนได้เพราะไม่ทราบว่าสิ่งที่ต้องการให้เขียนคืออะไร ซึ่งครม.ได้เห็นชอบกับฝ่ายที่ต้องการให้เขียนบางเรื่องลงไปแล้วค่อยไปลงรายละเอียดอีกครั้งในกฎหมายลูก

ประเด็นที่ 2.คือ กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 เห็นตรงกันว่ามีบางเรื่องที่ควรจะเขียนในกฎหมาย แต่กระทรวงพลังงานระบุว่าไม่จำเป็นต้องเขียนก็สามารถปฏิบัติอย่างที่ต้องการได้ โดยสามารถปฏิบัติได้โดยนโยบาย ซึ่งแม้ครม.จะไม่แน่ใจว่าความเห็นใครถูกใครผิด แต่ถ้ากระทรวงพลังงานแน่ใจว่าไม่ต้องเขียนเป็นกฎหมายก็ให้ไปชี้แจงประชาชนให้เข้าใจ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการมัดตัวเองเสียเอง

และประเด็นที่ 3.คือ กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 ต้องการให้เขียนบางเรื่องในกฎหมาย แต่ติดที่กระทรวงพลังงานระบุว่า หลักการได้มัดเอาไว้ทำให้ไม่สามารถเขียนได้ ครม.จึงมีมติให้ไปทลายข้อผูกมัดให้ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อให้สามารถเขียนไปในกฎหมายได้ และหลังจากนี้คงต้องนำร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ก่อนเสนอเข้าสู่สภาฯเพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยในขั้นตอนดังกล่าวจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญที่ประกอบด้วยคนจากทุกฝ่าย เพราะหากพูดกันวันนี้ไม่มีวันจบ 

"สิ่งที่ดีอีกอย่างที่กลุ่มคนที่ต่อต้านคัดค้านจะได้รับ คือ แต่เดิมหลักการได้เขียนมัดไว้จริง แต่พอทลายข้อจำกัดนี้ออกไปก็แปลว่ามาตราไหนที่ไม่เคยคิดแก้ แต่กลุ่มต่อต้านคิดแก้ก็สามารถไปเติมเอาได้ เทคนิคของสภาฯพอเสนอกฎหมายแล้วในขั้นรับหลักการไประบุมาตราไม่สามารถไปแตะมาตราอื่นได้ แต่พอถูกทลายก็สามารถทำได้หมด”นายวิษณุ กล่าว และว่า หากร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับผ่านการเห็นชอบจากสภาฯ ก็จะนำไปสู่การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ เพราะหลายฝ่ายได้ตั้งความหวังไว้อย่างนั้น แต่จะทำได้เมื่อไหร่อย่างไร ยังไม่รู้ ส่วนกรณีกลุ่มเอ็นจีโอระบุว่าไทยมีน้ำมันเป็นจำนวนมากนั้นเรื่องนี้ครม.ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง