วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการแนะทางออกแก้วิกฤตครู

"สมพงษ์"ชี้ไทยปฏิรูปการศึกษามุ่งแต่โครงสร้าง แต่ลืมปฏิรูปครู พร้อมแนะการสอบคัดเลือกควรเพิ่มข้อสอบอัตนัยด้วย แนะทางออกวิกฤตครู

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอเรื่อง “วิกฤติครู : การสอบบรรจุครูไร้คุณภาพจริงหรือ” ตอนหนึ่งว่า ครูแต่ละคนเมื่อได้รับการบรรจุแล้วจะอยู่ในระบบคนละ 30 กว่าปี ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินการอยู่หรือที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การปรับโครงสร้าง แต่พูดถึงการปฏิรูปครูน้อยมาก ทั้งที่วิกฤติครูเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การสอบคัดเลือกที่พบว่าเราไม่มีข้อสอบที่เป็นมาตรฐานและน่าเชื่อถือ และวัดครูด้วยข้อสอบปรนัยทั้งที่ควรใช้ข้อสอบอัตนัยบ้างเพราะถือเป็นข้อสอบที่ดีที่สุด 

อีกทั้งจำนวนที่ต้องการในแต่ละการสอบคัดเลือกมีอยู่ประมาณ2หมื่นอัตราแต่คนที่จบแต่ละปีประมาณ5-6หมื่นคนทำให้เกิดการแข่งขัน หรือความพยายามที่จะเข้าสู่ระบบให้ได้จนยอมกระทั่งทุจริตการสอบซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายระยะยาว หรือดูได้จากการสอบแข่งขันคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีทั่วไปที่ผ่านมามีผู้ผ่านสอบแค่ประมาณ19%จากผู้เข้าสอบกว่า1แสนรายตรงนี้ก็สะท้อนว่าระบบการผลิตครูยังด้อยคุณภาพ

"หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา เพราะเขามีการปฏิรูปครู เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปครูอย่างจริงจัง ตั้งแต่การคัดเลือกครู ทัศนคติต่อวิชาชีพครู ซึ่งผมคิดว่าการสอบคัดเลือกตามวิชาเอกอาจไม่เพียง เราต้องหาวิธีคัดเลือกครูที่เป็นคนดี มีคุณธรรม และต้องยอมเสียเวลาฝึกหัดครูอีก6เดือนหรือ1ปีโดยมีครูที่ดีทั้งการสอนและการใช้ชีวิตเป็นต้นแบบด้วย แต่ที่ผ่านมาเรายังแก้ปัญหาครูไม่ถูกทาง เมื่อฝ่ายการเมืองที่เข้ามาส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาหนี้สินครู เพิ่มเงินเดือน และตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดตนเอง ซึ่งร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ...ที่กำลังแก้ไขจะวางแนวทางป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาแทรกแซง การศึกษาและกำหนดให้รมว.ศึกษาธิการต้องทำตามแผนการศึกษาแห่งชาติที่วางไว้"ศ.ดรสมพงษ์ กล่าว

อาจารย์คณะครุฯ จุฬาฯ กล่าวต่อ สำหรับทางออกของวิกฤติครูนั้น ตนเห็นว่าจะต้องแก้ไขระบบการคัดเลือกครู ฟื้นฟูคุรุทายาท จัดตั้งสถาบันครุศึกษาแห่งชาติ การผลิตครูเป็นระบบปิด จำกัดจำนวนรับและต้องไม่ให้การเมืองเข้ามายุ่งกับนโยบายการผลิตครู และควรสนับสนุนงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎที่เปิดสอนครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ ซึ่งผลิตครูมาอย่างยาวนาน ให้มีรากฐานที่เข้มแข็ง เพราะถ้าปล่อยไปจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้ต้องรับนักศึกษาเข้าเรียนจำนวนมาก เพื่อให้มีรายได้ เป็นการผลักดันให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าสู่วังวนของธุรกิจอุดมศึกษา

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตครูต้องสอนเด็กที่มีความหลากหลาย เช่น เด็กสมาธิสั้น เด็กไอคิวต่ำ สอนทักษะวิชาชีพเพื่อผลิตแรงงานระดับกลาง ซึ่งที่ผ่านมาครูอาชีวศึกษาขาดแคลนมาก อาชีวศึกษาควรร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาผลิตครู เป็นอาชีวะอุดมศึกษา