ปมร้าวฉาน "อภิสิทธิ์-สุขุมพันธุ์" เกมเดิมพันอนาคตพรรคประชาธิปัตย์
กลายเป็น “ศึกใน” อย่างต่อเนื่อง สำหรับ "คุณชายหมู" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กับแกนนำและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สายของ "มาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาโจมตีการทำงานกทม. ภายใต้การบริหารของคุณชายหมูในสมัยที่ 2
โดยเฉพาะท่าทีจาก วิลาศ จันทร์พิทักษ์ และวัชระ เพชรทอง ที่ออกมากระทุ้งเรื่องทุจริตเครื่องดนตรีและกล้องซีซีทีวี เพราะแม้แต่งานบริหารพื้นที่ในเมืองหลวงที่คุณชายหมูจนทำให้พรรคโดนกระหน่ำ เนื่องจากแทบไม่ลงมาแก้ปัญหาและชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องน้ำท่วม กทม. หลายระลอก
แม้เมื่อไม่นานมานี้ จะมีการส่งตัวกลาง อย่าง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เข้าไปเป็นตัวเชื่อมข้อกลาง แต่ทว่าไม่สามารถประสานรอยร้าวนั้นได้เลย เพราะกระแสความเคลื่อนไหวในพรรคสะตอ เกี่ยวกับสถานการณ์วันนี้นั้น ว่ากันว่าทุกวันอังคาร หัวหน้าพรรคจะนัดอดีตส.ส.และแกนนำพรรคมาพูดคุยและกินกาแฟกันทุกเช้า โดยในวงสนทนาก็มีวาระต่างๆมากมาย
และหนึ่งในนั้นคือ "การทำงานของคุณชาย" ที่ไม่สนใจพรรคเท่าที่ควร แม้พรรคจะมีการนัดหมายทั้งทางตรงและทางอ้อมให้คุณชายหมูมาพบกับหัวหน้าพรรค ก่อนที่ "อภิสิทธิ์" จะส่งจดหมายขออนุญาตประชุมพรรคต่อคสช.อย่างเป็นทางการ
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาจากเสาชิงช้า คือความนิ่งและไม่มีคำตอบกลับมา แม้ว่าบางครั้งคุณชายหมูจะรับนัด "อภิสิทธิ์"แล้วก็ยังมีเหตุที่มิอาจพบหน้ากัน ทำให้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวการเมืองในวันนี้ หนึ่งในนั้นคือการถาโถมใส่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
โดยนัยยะที่สังคมมองออกคือ ต้องการให้คุณชายหมูหลุดเก้าอี้ก่อนหมดวาระตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ในเดือนมีนาคม 2560
ว่ากันว่า ปรากฏการณ์รอบนี้ เป็นเกม “ตัดขา” ของคนภายในพรรค ท่ามกลางการให้สัมภาษณ์ของแกนนำและคนใกล้ชิดหัวหน้าพรรคว่า ไฟเขียวที่มอบให้อดีตส.ส.ทั้ง 2 ราย ออกมาเล่นบท “ตรวจสอบกันเอง” เพื่อดิสเครดิตการทำงานของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะข้อมูลทุกเช้าวันอังคารที่คณะผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พ้นจากสมาชิกภาพของพรรค ด้วยเหตุที่มีพฤติกรรมไม่สนองตอบนโยบายของพรรคมาโดยตลอด ก็เป็นระเบิดเวลาสร้าง “รอยร้าว” ให้สมาชิกพรรคห่างเหินกันมากขึ้น
ขณะเดียวกันเหตุ “ไม่กินใจ” ตั้งแต่การโหวตบุคคลเป็นตัวแทนพรรคเข้าสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในปี 2556 เมื่อกระแสออกมาว่า สมาชิกพรรคหลายราย และ “อภิสิทธิ์” เลือกชื่อนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นตัวแทนพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เปลี่ยนเกมพลิกผลโหวตเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชนะนายกรณ์ไปอย่างฉิวเฉียดเพื่อให้ลงป้องกันแชมป์กับตัวแทนพรรคเพื่อไทยในช่วงนั้น
และยังมีคนวงในยืนยันว่า หากพรรคสะตอไม่ส่งคุณชายหมูลงสนามในนามพรรค เจ้าของตำแหน่งพ่อเมืองหลวงในตอนนั้นจะลงสมัครแบบอิสระและมีการล็อบบี้ผ่านขาใหญ่เมืองสุราษฎร์ให้ล็อบบี้แกนนำพรรคเพื่อให้พรรคสะตอส่งคุณชายหมูลงชิงชัยคนเดียวเท่านั้น
จากกรณีครั้งนั้น เมื่อบวกกับท่าทีการให้สัมภาษณ์และการทำงานแก้ปัญหาในกรุงเทพฯของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่คนกรุงเทพฯมองว่ายังไม่เข้าตาหรือไม่ โดยเฉพาะประโยคแห่งปีที่ว่า “เราเป็นเมืองน้ำ เป็นเมืองฝน ไม่มีจุดเสี่ยงเลยไม่ได้ ถ้าไม่มีน้ำท่วมต้องไปอยู่บนดอย..” ถูกส่งเป็นประโยคที่สังคมวิพากษ์อย่าง “เสียงดัง” ถึงบทบาทผู้นำเมืองหลวง เพราะในวันนั้นสมาชิกพรรคหลายคนได้วิจารณ์คำพูดลักษณะนี้ของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ค่อนข้างมาก เพราะเกรงว่าเสียงวิจารณ์ต่อผู้ว่าฯกทม.จะสะเทือนไปถึงประชาธิปัตย์ในการสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในอนาคต
ความกดดันเมื่อคราวนั้น กระทบไปถึงอภิสิทธิ์ที่พยายามฃ "ต่อสาย" ถึงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพื่อพูดคุยข้อร้องเรียนและข้อสงสัยการทำงานของกทม.กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ ”หัวหน้าพรรค-ผู้ว่าฯกทม.” ร่วมกันแถลงข่าวแสดงความรับผิดชอบต่อวาทะกรรมที่เกิดขึ้น แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีดีลใดต่อไปถึงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ การปล่อยกระแสเชิงลบต่อประชาธิปัตย์ให้บานปลายออกไปจะไม่เป็นผลดี จึงเป็นที่มาให้นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจออกมา“ขอโทษ” คนกรุงเทพฯด้วยตัวเอง
ว่ากันว่า ชนวนเหตุรอยร้าวที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเบื้องลึก อภิสิทธิ์ไม่พอใจที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่พยายามอยากขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ในยามที่บ้านเมืองกลับมามีประชาธิปไตยอีกครั้ง เพราะทุกวันนี้ถึงแม้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะพูดคุยสนิทใจกับคนในพรรคเพียงไม่กี่คน แต่คนในพรรคไม่กี่คนเหล่านี้ กลับพบว่ามีชื่อคนสำคัญที่ชื่อ “สุเทพ ” ที่แม้วันนี้จะลาออกจากพรรคไปแล้ว แต่ลุงกำนันยังสามารถกำหนดพิมพ์เขียวประชาธิปัตย์ได้ในอนาคต
และความรู้สึกจากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ไม่พอใจอภิสิทธิ์ที่ไม่ยอมออกมาเบรคลูกพรรคตั้งโต๊ะแถลงข่าวถล่มกทม.ไม่ยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่อภิสิทธิ์ เคย “หักน้ำใจ” เลือกกรณ์เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เมื่อคราวนั้น ทำให้คราวนี้คุณชายหมูเลือกที่จะไม่แคร์หัวหน้าพรรคในยามนี้
จนถึงขณะนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนพยายามเป็นกาวใจให้ทั้งสองได้เคลียร์กัน เพราะเกรงว่ายิ่งศึกในยิ่งระอุขึ้นเมื่อไหร่ ย่อมสะเทือนไปถึงประชาธิปัตย์ในการสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หรือกระทั่งการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าอย่างแน่นอน แต่ยังไม่รู้เลยว่ากาวยี่ห้อใดที่จะสมานใจขั้ว”มาร์ค-คุณชายหมู”ได้สนิทใจ

