จับ "อนุเทพ อุเทนสุต" อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ตามหมายจับคดีฉ้อโกง - เจ้าตัวปฏิเสธอ้างไม่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 นำกำลังตำรวจ กก.สส.บก.น.1 จับกุมตัว นายอนุเทพ อุเทนสุต อายุ 78 ปี อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่ง เมื่อปี 2536-2541 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีเลขที่ จ.746/2558 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สามารถจับกุมได้ที่ด่านตม. ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะเดินทางกลับเข้าไทย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
พ.ต.อ.สถิตย์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายอนุเทพได้เปิดบริษัทแห่งหนึ่ง (ริเวอร์โกลด์อินเตอร์จำกัด) มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนให้มาร่วมกันลงทุนคล้ายแชร์ลูกโซ่เกี่ยวกับสเตมเซลล์แล้วมีการทุจริตจนทำให้เกิดความความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ต่อมาทางเจ้าหน้าตำรวจพบเบาะแสว่านายอนุเทพกำลังเดินทางกลับประเทศ โดยใช้เส้นทางชายแดนไทย-กัมพูชาดังกล่าว จากนั้นนำกำลังไปตรวจสอบ กระทั่งพบนายอนุเทพจึงแสดงตัวพร้อมหมายจับก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สน.ประเวศ
เบื้องต้นทางตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ หลังจากนี้จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 21.45 น.วันที่ 6 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 จำนวน 5 คน ควบคุมตัวนายอนุเทพ อุเทนสุต มายังสน.ประเวศ พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ พงส.ผนพ.สน.ประเวศ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา รวมทั้งให้ปากคำ โดยใช้เวลา 30 นาที ซึ่งระหว่างคุมตัวนายอนุเทพกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ผมยังไม่ใช่ผู้ต้องหาครับ” ก่อนเจ้าหน้าที่จะกันผู้สื่อข่าวออก
ภายหลังการสอบปากคำทางนายอนุเทพ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับเชิญให้มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมบริหาร บริษัทดังกล่าว โดยคิดว่าบริษัทแห่งนี้ได้ทำการค้าเปิดเป็นบริษัทขายตรงธรรมดา แล้วจะประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา แต่ในระยะหลัง ตนมาทราบว่ามีการบริหารงานเกี่ยวกับทางด้านการเงินในลักษณะเห็นแก่ผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีเงินเข้ามาในบริษัท กลับไม่โอนเข้าบัญชีของบริษัท แต่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งเมื่อตนรับทราบเรื่องดังกล่าวจึง เดินทางมาลงบันทึกประจำวันที่ สน.ประเวศ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนขอย้ำว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางบริษัท และได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และบริษัทนี้ได้ปิดตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว
“หลังจากนี้ผมจะดำเนินการเรื่องเอกสารเพื่อหาหลักฐานว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมทั้งแจ้งความกลับทันที สำหรับผู้ที่ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งผมทำมา 30-40ปี จะมาเสียกับเรื่องแค่นี้ เงินแค่นี้ ทั้งนี้ผมไม่เคยได้รับการโอนเงินจากบริษัทนี้เข้าบัญชีจากทางบริษัทแต่อย่างใด แต่จะได้เงินค่าจ้างจากการมามอบให้ส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งอยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมด้วย” นายอนุเทพ กล่าว
ด้านพ.ต.ท.พสิษฐ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางนายอนุเทพปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบตามขั้นตอน หลังจากนี้ทางผู้ต้องหามีความประสงค์ที่จะขอประกันตัวในชั้นสอบสวน วงเงินจำนวน 7 ล้านบาท ก่อนจะดำเนินคดีตามขบวนการกฎหมายต่อไป


