วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศาลทุจริตคอรัปชั่น' กลไกช่วยสกัดคนโกง

การยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะคลอดร่างแรกให้ทันในเดือนมกราคม ปี 2559

ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท. )   ก็ต้องมีบทบาทในการเสนอแนวคิดให้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) ด้วย  เพื่อที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะออกมา จะได้มีกลไ่กใหม่ๆที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้  

"กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  เตรียมข้อเสนอในเรื่องการปราบปรามทุจริต ต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือการเสนอให้ตั้งศาลทุจริตและคอรัปชั่นเป็นศาลชำนัญพิเศษ ซึ่งมีแนวคิดเพื่อต้องการแบ่งเบาภาระ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการทำหน้าที่ตรวจสอบและตัดสินคดีทุจริต"พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)และ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เริ่มสาธยาย 

นอกเหนือจากการเสนอให้มี “ศาลทุจริตคอรัปชั่น” แล้ว ทางกมธ. ยังได้มีแนวคิดที่จะเสนอให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แยกออกจากกระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานอิสระอีกหน่วยงานหนึ่ง หรือไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ป.ป.ช. เนื่องจากอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ หากยังอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม 

นอกจากนี้การทุจริตนั้นมีหลายระดับมาก ซึ่งจะต้องมีการระบุอีกว่าหน่วยงานไหนรับหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตแบบไหน เช่น อาจจะกำหนดว่า ป.ป.ช. รับหน้าที่ตรวจสอบกรณีทุจริตที่เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงและนักการเมือง ส่วน ป.ป.ท. ก็จะรับหน้าที่ตรวจสอบคดีระดับล่างตั้งแต่ตำแหน่งอธิบดีลงมา รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นด้วย โดยจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่แน่ชัดอีกที 

"ด้านปปท. จะส่งสำนวนต่อให้ศาลทุจริตคอรัปชั่น ส่วน ป.ป.ช ก็จะส่งต่อให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองต่อไป ซึ่งกระบวนการวิธีคิดดังนี้ก็จะช่วยแบ่งงานของ ป.ป.ช. ที่ทำอยู่แต่เดิมเป็นหมื่นๆคดี บางคดีก็หมดอายุความ บางคดีก็ใช้เวลาตัดสินนาน" พล.อ.นคร ชี้แจงการทำงานคร่าวๆของ ป.ป.ท. เมื่อแยกตัวเป็นอิสระแล้ว 

ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นข้อเสนอที่มีมาตั้งแต่สมัยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน โดยขณะนั้นศาลยุติธรรมได้ตั้ง“แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ”ขึ้นมา และทางกมธ.ยกร่างฯเองได้มีแนวคิดว่าจะยกระดับให้เป็น “ศาลคดีทุจริต”ต่อไป หากประเมินการทำงานของแผนกคดีทุจริตฯใน 4 ปีแล้วเห็นว่าดี ซึ่งทางกมธ.ยกร่างฯเชื่อว่า นี่จะเป็นกลไกที่สำคัญในการปราบปราบการทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างดีเยี่ยม แต่แนวคิดดั่งกล่าวก็ต้องเป็นอันพับไป เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายบวรศักดิ์ ไม่ผ่านการลงมติเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 

จากข้อเสนอดังกล่าวก็ต้องถือว่าเป็นอีกความพยายามที่ สปท. ต้องการให้รัฐธรรมนูญมีกลไกขจัดคอรัปชั่นอย่างเข้มแข็ง ส่วนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ( กรธ.)  จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่ ต้องรอดูอีกที ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องการโกงนั้นถือได้ว่าเป็นมะเร็งร้ายในสังคมมานาน ก็ต้องหวังต่อไปว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ผลดีกว่าเดิม