"ดาว์พงษ์" ออกปากชม "อาชีวะ" ขับเคลื่อนงานเห็นผลน่าพอใจนำไปโชว์ได้ พร้อมสั่ง "ชัยพฤกษ์" ทำหลักเกณฑ์ประเมินผลงานผู้บริหารตามนโยบาย
ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชนทั่วประเทศ ว่า จากนี้ไปนี้อาชีวศึกษารัฐและเอกชนจะต้องต้องทำงานร่วมกัน เพราะนโยบายของตนองค์กรหลักใน ศธ.จะต้องทำงานเชื่อมโยงกันและช่วงรอยต่อจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ซึ่งตนกำลังดูเรื่องกลไกการขับเคลื่อนในส่วนภูมิภาคด้วย เพราะขณะนี้ผู้อำนวยการวิทยาลัยในสังกัสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)400กว่าแห่งขึ้นตรงกับส่วนกลาง
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นหน่วยประสาน แต่พบว่ายังมีเขตพื้นที่ฯจำนวนน้อยที่ทำหน้าที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานได้ดี ซึ่งถ้าเทียบสัดส่วนการให้คะแนนกลุ่มนี้จะได้คะแนน70%ขณะที่เขตพื้นที่ฯส่วนใหญ่ได้คะแนนเฉียดฉิว50%โดยตนกำลังจะดูว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมถึงดูเรื่องการให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา อนุมัติให้ตัวเองลาและไปราชการด้วยตนเองได้ ซึ่งไม่มีหน่วยงานไหนทำนอกจากศธ. รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบนโยบายที่อยากขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาไปดำเนินการ คือ การเพิ่มจำนวนผู้เรียน ดูแลเรื่องทวิศึกษา ทวิภาคี การทะเลาะวิวาท การเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ การยกระดับการเรียนภาษาอังกฤษให้สื่อสารได้นอกจากรู้คำศัพท์ช่าง ขณะเดียวกันได้มอบ ดร.ชัยพฤษ์เสรีรักษ์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ไปจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินผลงานของผู้อำนวยการสถานศึกษาตามนโยบายที่ให้ไว้ โดยต้องเป็นไปตามบริบทของสถานศึกษาด้วย ไม่ใช่ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด
“ได้ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกแห่ง เขียนรายงานปัญหาและข้อเสนอแนะ ส่งถึงผมโดยตรงเพื่่อให้คณะทำงานของตนได้ วิเคราะห์และหาแนวทางแก้ปัญหา ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีวะ ทั้งนี้ ผมพอใจกับผลงานและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอาชีวศึกษาของสอศ.มาก ซึ่งทุกผลงานที่ทำสามารถนำมาโชว์ได้หมด อย่างไรก็ตาม อาชีวะยังมีปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้จากการหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นพ้องกันว่าปัญหาการทะเลาะวิวาท ภาพลักษณ์เด็กอาชีวะ ค่านิยมใบปริญญา และคุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
ดร.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากเห็นครูอาชีวะมีมาตรฐานอาชีพในระดับสากลเป็นที่ยอมรับ ซึ่ง สอศ.จะร่วมกับทั้ง3สภาฯ จัดทำมาตรฐานสมรรถนะครูอาชีวศึกษาในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน พร้อมทั้งให้ใบรับรองใบเซอร์ติฟิเคท(certificate)เช่น ช่างกลโรงงาน แมคคาทรอนิกส์ โดยนำมาตรฐานครูต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น มาใช้ และให้เชื่อมโยงกับระบบความก้าวหน้าทางวิชาชีพ การขอตำแหน่งทางวิชาการ และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูสมัครใจเข้าสู่ระบบการทดสอบ





