วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'แนะสอนประวัติศาสตร์ให้สนุก

"วิษณุ" แนะสอนประวัติศาสตร์ให้สนุก เทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดในซีกโลกอื่นด้วย

ที่โรงละครแห่งชาติ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาวิชาการ เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ในหัวข้อ'สถาบันพระมหากษัตริย์ใยประวัติศาสตร์ไทย' ตอนหนึ่งว่า ความเข้าใจของตนในเรื่องของประวัติศาสตร์คือ เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นในอดีตและมีความเป็นมาเชื่อมถึงปัจจุบัน เราเรียกเรื่องราวว่า ประวัติ เช่นประวัติของบุคคล ประวัติของสิ้งของ สถานที่ แต่เมื่อใดก็ตาม ที่เรื่องราวในอดีตมีหลักฐาน มีการอ้างอิงถึงได้มีการตรวจสอบได้ และนำมาพูดซ้ำ นำมาศึกษา นำมาวิเคราะห์ได้ ถึงจะยกระดับเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องเรียน วิชาที่ต้องสอน และเป็นวิชาที่ต้องทำความเข้าใจอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเอ่ยถึงประวัติศาสตร์ของไทย นั่นก็คือการพูดถึงตัวเรานั่นเอง

ดังนั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพราะการเรียนรู้ประวัติศาสตร์จะช่วยให้เรารู้ว่าจะแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำอีก นอกจากนั้น ประวัติศาสตร์ยังคือการส่งต่อความรู้จากยุคสมัยหนึ่งไปยังอีกยุคสมัยหนึ่ง'ความมีประโยชน์ของประวัติศาสตร์คือการทำให้เราหยิบฉวยนำมาใช้ประโยชน์เทียบเคียงได้ แม้จะไม่สามารถทราบได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถอนุมานเอาได้ เพราะประวัติศาสตร์มีร่องมีรอย มีแนว มีวิธีการอยู่ ปรัชญาคือ ทำอย่างไรที่จะใช้ประโยชน์จากประวัติศาสตร์เผยแพร่ไปทั่ว และจะทำอย่างไรไม่ให้ประวัติศาสตร์น่าเบื่อ

"สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ นอกจากผู้สอนประวัติศาตร์จะต้องสอนให้สนุกแล้ว ควรจะสอนประวัติศาสตร์ในลักษณะเทียบเคียงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในแต่ละยุคสมัยด้วย เช่น ในสมัยสุโขทัยที่เราเพิ่งมีศิลาจารึกนั้น ประเทศอังกฤษมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว เป็นต้น และถ้าเราสอนประวัติศาสตร์แบบนี้ก็จะทำให้ผู้เรียนเกิดจินตนาการกว้างไกลมากกว่าการสอนเฉพาะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเพียงอย่าวเดียว"นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับจุดอ่อนของประวัติศาสตร์ คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นร้อยปี ย่อมจะมีการถกเถียงถึงความถูกต้อง เพราะแค่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปี และเราก็อยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน แต่เราจะเขียนประวัติศาสตร์เรื่องของคนเสื้อ2สีขัดแย้งกันออกมาอย่างไร ให้ทุกฝ่ายปลงใจเชื่อ จะหาหลักฐานอย่างไร จะตีความเรื่องนั้นอย่างไร หรือความในใจที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในเหตุการณ์เราก็ไม่รู้ การเรียนประวัติศาสตร์ให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ยาก แต่นี่ก็เป็นสีสันของประวัติศาสตร์ และเป็นหน้าที่ของกรรมการชำระประวัติศาสตร์ ที่จะต้องชำระประวัติศาสตร์ในแต่ละประเด็นให้ถูกต้อง มีข้อยุติ โดยอาศัยเทียบเคียงจากหลักฐานที่มีอยู่ ดังนั้น จุดอ่อนประวัติศาสตร์ชาติไทยและทุกชาติ คือ ความถูกต้องของการบันทึกเหตุการณ์ เพราะประวัติศาสตร์เป็นเรื่องราวในอดีต ไม่มีการบันทึก แต่เขียนขึ้นจากความทรงจำหรือคำบอกเล่าของผู้คนในยุคสมัยนั้น บางส่วนก็มาจากนิทานพื้นบ้าน หรือพงศาวดารซึ่งมีเจตนาเขียนขึ้นเพื่อสดุดียกย่องพระเจ้าแผ่นดินในช่วงนั้น จึงอาจมีการเสริมเติมแต่งประวัติศาสตร์เพื่อให้พระเจ้าแผ่นดินดูมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น

เพราะฉะนั้น การศึกษาประวัติศาสตร์จึงต้องรู้จักแยกแยะ และตรวจสอบกับหลักฐานอื่นๆ แม้กระนั้นบางครั้งหลักฐานก็ยังไม่ตรงกัน ที่ตนพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์ไม่น่าเชื่อถือ แต่ต้องการยั่วยุให้เกิดการค้นคว้าศึกษาและนำประเด็นต่างๆที่ยังไม่ได่ข้อยุติมาถกเถียงกัน ซึ่งในปัจจุบันมีประเด็นหลายเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ตกผลึก เช่น สถานที่ทำยุทธหัตถีของพระนเรศวร หรือแม้แต่มีข้อถกเถียงประเพณีลอยกระทงเกิดขึ้นในยุคใด

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ทุกยุคทุกสมัย จะเป็นเรื่องที่ยึดโยงกับผู้นำซึ่งก็คือ พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงร้อยเรียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทยมีพระมหากษัตริย์ทั้งหมด8ราชวงค์51พระองค์ แต่สิ่งที่ตนอยากจะเน้นคือ ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชของประเทศไทยนั้น ไม่เหมือนกับของประเทศอื่นๆ เพราะพระมหากษัตริย์ไทย ทรงปกครองประเทศอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม พระมหากษัตริย์ไทย พระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้ทรงใช้แต่พระเดช หรืออำนาจเท่านั้น ยังทรงทำหน้าที่ซึ่งคือพระคุณต่อแผ่นดินด้วย ทรงปกครองอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่เคยทำสิ่งใดตามใจชอบ แม้กระทั่งการแต่งตั้งผู้สืบทอดราชสมบัติ ก็ปรากฎอยู่หลายครั้งว่าพระมหากษัตริย์ไม่กล้าที่จะตั้งลูกตัวเองเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไป แต่ปล่อยให้ขุนนางคัดเลือกผู้เหมาะสมขึ้นมาเป็กษัตริย์ และ และที่สำคัญทศพิศราชธรรมจะเป็นตัวกำหนดพระราชอำนาจ ลักษณะนี้คือเอกลักษณ์ของประวัติศาสตร์ไทย

พระมหากษัตริย์ไทย จะมีความจริงจังกับการปฏิบัติตามทศพิธราชธรรมอย่างมาก ทศพิธราชธรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อมีการชิงราชสมบัติกันนั้น ก็จะอ้างว่าพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ก่อนไม่ปฏิบัติตามทศพิธราชธรรม แม้ในพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติของรัชกาลที่1ก็ยังนิพนธ์ไว้ว่า ก่อนทศกัณต์จะสิ้นใจตาย ได้สอนพิเภกซึ่งจะเป็นกษัตริย์ลำดับต่อไปว่า ให้ตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม อย่าได้ทำผิดเหมือนพี่ อย่าโลภและให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อประชาชน

นายวิษณุ กล่าวขณะที่พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวว่า ชาติไทยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันรุ่งเรืองปรากฎหลักฐาน มานับตั้งแต่สมัยสุโขทัย และยังมีความภาคภูมิใจแก่คนไทยทั้งชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์ มีประโยชน์ และคุณค่าต่อการรับรู้ และสร้างจิตสำนึกต่อคนในชาติของสมเด็จบูรพกษัตริย์ ตลอดคุณความดีและการเสียละของบรรพชนไทย ในการสร้างบ้านเมือง สืบทอดมาจนถึงลูกหลานไทย การที่กรมศิลปากร โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง‘’ประวัติศาสตร์ชาติไทย‘’นับเป็นเรื่องที่ดี ที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับทราบและเพิ่มภูมิความรู้ความเข้าใจ เรื่องประวัติศาสตร์ไทยอย่างถูกต้อง และชัดเจน นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์ไทยต่อไป