กมธ.การเมือง ตั้งธงต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าสะอาดให้ได้ ชงระบุโทษรุนแรงตัดสิทธิคนโกงตลอดชีวิต
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูการเมือง แถลงถึงความคืบหน้าของการประชุมของกมธ. ว่าข้อเสนอของที่ประชุมจะนำส่งต่อไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งความเห็นไม่จำเป็นต้องเหมือนกับกรธ. ก็ได้ แต่ทางจะถูกปรับใช้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของ กรธ. อีกที ทั้งนี้ กมธ. หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะผลักดักให้ผลการพิจาณานั้นเป็นจริง
นายวันชัย กล่าวอีกว่าธงสำคัญที่ กมธ. ตั้งเอาไว้คือ ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริต และปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งจะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับสังคมไทยและวางรากฐานการเมืองที่ดีให้ได้ โดยที่ประชุมตั้งเป้าว่า อย่างน้อยๆการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะต้องสุจริต ไม่มีการซื้อเสียงอีกต่อไป โดยมีข้อเสนอขอให้ระบุบทลงโทษให้กับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งให้รุนแรง ไม่ควรมีโทษรอลงอาญา เว้นเสียแต่กรณีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งการลงโทษจำคุกต้องมีผลบังคับใช้จริงจัง และโทษทางการเมืองนั้น จะต้องมีผลตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต นอกจากนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทหาร ตำรวจ จะต้องมีส่วรร่วมในการจัดการเลือกตั้งด้วย ถ้ายังพบการกระทำผิดการเลือกตั้งอยู่ กกต. เองก็ต้องรับผิดฐานปล่อยปละเลยด้วย หากทำให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปสุจริตไม่ได้ก็ต้องถือว่า ความพยายามปฏิรูปของ กมธ. นั้นเสียของ
ในส่วนประเด็นที่มาของ ส.ส. นั้น นายวันชัยกล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบว่าควรเสนอให้มี ส.ส. จำนวน 400 คน ไม่ต้องมีแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ได้ผู้แทนที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง และใช้วิธีการนับคะแนนแบบ 1 คน 1 คะแนน โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และใช้ประชาชนในพื้นที่เป็นตัวกำหนดเขตการเลือตั้ง ทั้งนี้ที่มาของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีที่มาจาก ส.ส. เท่านั้น หากเป็นนายกฯที่มาจาก ส.ส. จะต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสภากึ่งหนึ่ง หากเป็นคนนอก จะต้องได้รับความเป็นชอบจากสภาด้วยเสียง 3 ใน 5 ทั้งนี้การเลือกนายนั้น จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องยุบสภา และทำการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน
นายวันชัย กล่าวว่า ในประเด็นเรื่อง ส.ว. ที่ประชุมยังสนับสนุนให้มีอยู่ เพื่อถ่วงดุล ตรวจสอบทางการเมือง แต่ไม่ควรมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง ในเรื่องของจำนวนนั้นยังไม่ได้มีการตกผลึก โดยคาดการณ์ว่าน่าจจะมีประมาณ 200 - 250 คน ทั้งนี้ในประเด็นที่มาของ ส.ว. นั้นที่ประชุมยังคงถกเกียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะต้องมีการหารือกันต่อไป





