ศาลฎีกาพิพากษายืนไม่รับฟ้อง “เสรีพิศุทธ์”กล่าวหา อดีต3 บิ๊กตร. "อัศวิน-จงรัก–ธีรเดช ” หมิ่นคดีสอบวินัย “ เสรีพิศุทธ์ ” ไม่จงรักภักดีสถาบัน
ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง อดีต ผบช.น. , พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ.8) ,บริษัท ข่าวสด จำกัด , นายฐากูร บุนปาน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ข่าวสด , บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และนายสุวพงศ์ จั่นฝังเพชร บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.มติชน เป็นจำเลยที่ 1 -7 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
โดยโจทก์ ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 9 – 27 เม.ย.51 พล.ต.ท.อัศวิน ผบช.น. , พล.ต.ท.จงรัก ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ธีรเดช จเรตำรวจ ฯ ( ตำแหน่งขณะนั้น) จำเลยที่ 1-3 เข้าให้ถ้อยคำกับ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ขณะนั้น ในฐานะประธานคณะกรรมสอบสวนวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โจทก์ โดย จำเลยทั้งสาม กล่าวหาว่า โจทก์ไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่อารักขาขณะเสด็จฯกลับจาก รพ.ศิริราช และไม่เข้าร่วมงานราชวัลลภ และข้อความอื่นๆ ต่อมาจำเลยที่ 4 -7 นำมาตีพิมพ์ใน นสพ.ข่าวสดและมติชน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ และให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี คดีนี้ศาลชั้นต้น ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลจึงพิพากษายกฟ้อง เช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนให้ยกฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด
ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โจทก์ ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคดีโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้องด้วย
ขณะที่ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของโจทก์ได้ ข้อกล่าวอ้างต่างๆ ของโจทก์ที่เบิกความมา ล้วนแต่เป็นเพียงความคิดเห็นอนุมานเอาเองโดยปราศจากพยานหลักฐานมาสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอที่ชี้มูลความผิดของจำเลยที่ 1 – 3 ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องจำเลยที่ 1-3 มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง บริษัท ข่าวสด , นายฐากูร บก.นสพ.ข่าวสด , บริษัท มติชน และนายสุวพงศ์ บก.นสพ.มติชน จำเลยที่ 4 – 7 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ มีมูลเพียงพอ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน
จึงพิพากษาแก้ ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 – 7 ไว้พิจารณา ให้ออกหมายเรียกจำเลยที่ 4 – 7 มาสอบคำให้การว่า จะรับสารภาพหรือปฏิเสธ วันที่ 25 ม.ค.59 เวลา 09.00 น.





