เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัยจี้"ประยุทธ์"หยุดคุกคามการแสดงความคิดเห็น เตรียมเคลื่อนไหวในระดับที่เข้มข้นต่อ หากคสช. ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(ฝั่งสำนักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก) เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัย นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 10 คน รวมตัวกันยื่นเรื่องพร้อมรายชื่อจำนวน 323 รายชื่อ ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชนฯ ในเรื่องการขอให้ยุติการคุกคามการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
นายอนุสรณ์ อุณโณ กล่าวว่า จากกรณีที่ "เครือข่ายคณาจารย์มหาวิทยาลัย" ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 เรื่อง มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ยืนยันในเสรีภาพที่แสวงหาความรู้ในการเรียนการสอน แต่คณาจารย์ที่ร่วมกันแถลงกลับถูกออกหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหา ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ. ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"เครือข่ายคณาจารย์เห็นว่าการตั้งข้อหาจำคุกกับคณาจารย์กลุ่มดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เป็นการคุกคามให้ยุติการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นของคณาจารย์เหล่านั้นเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ปรารถนาดีและเปิดเผย ถือเป็นหน้าที่อันพึงกระทำของคณาจารย์ที่ต้องแบ่งความรู้กับสังคม ขณะเดียวกันคณาจารย์ที่เรียกร้องการปล่อยตัวนักศึกษาและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ผ่านมาที่ยังถูกข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง นิสิตนักศึกษายังคงถูกสั่งห้ามและตามกดดันในการจัดกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้สั่งให้บรรจุวิชายกย่องเชิดชูทหารในมหาวิทยาลัยซึ่งขัดกับหลักสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาอย่างสิ้นเชิง" นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่มาขอให้มีการยุติในครั้งนี้ มีด้วยกัน 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขอให้หยุดข่มขู่คุกคามคณาจารย์ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยบริสุทธิ์ใจ 2. ขอให้หยุดการสั่งห้ามและคุกคามนักศึกษารวมทั้งประชาชนที่จัดกิจกรรมทางการเมือง 3. ขอให้หยุดแทรกแซงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยให้มีแนวทางหรือเนื้อหาวิชาการ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องการ หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าว เครือข่ายคณาจารย์จะพิจารณาการเคลื่อนไหวในระดับที่เข้มข้นขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ กลุ่มพลเมืองสงขลา ได้แถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย 58 ที่ผ่านมาเรื่องยุติการคุมคามเสรีภาพทางวิชาการของ 6 นักวิชาการ กรณีการแถลงข่าว มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร เพื่อชี้ให้เห็นว่าคณะนี้มีกลุ่มนักวิชาการเริ่มต้นขึ้นมาและมีการเคลื่อนไหวกัน ซึ่งเกิดจากสภาพบ้านเมืองที่มีความรู้สึกว่า สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ โดยบริสุทธิ์ใจมันได้ถูกจำกัดและไม่เอื้อประโยชน์ใด ๆ ของการแก้ไขปัญหาในประเทศ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้มีเพียงคนไม่กี่คนที่ได้เข้าไปคงไม่สามารถตอบโจทย์ให้แก่ประชาชนได้มากกว่า ดังนั้นเสรีภาพทางวิชาการเป็นสิ่งที่จะต้องเรียกร้องให้คงอยู่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวของคณาจารย์ มีบางฝ่ายมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ดูจากเหตุผลที่ได้เรียกร้องนั้น จะไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใด ๆ เลยหากมองจากประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา คณาจารย์เหล่านี้ทั้งหมด จะเป็นกลุ่มที่วิจารณ์นโยบายต่าง ๆ เรามีจุดยืนอย่างชัดเจน มีการมองดูว่าทิศทางของนักการเมืองมีการออกนโยบายที่ปันประโยชน์ให้แก่สาธารณะชน เราก็จะช่วยส่งเสริม แต่หากพบว่ามีการเคลื่อนไหวการพูดจาที่ทำให้สั่นคลอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดเห็น เราก็จะออกไปเคลื่อนไหว ซึ่งในปี 48-49 ก็เป็นกลุ่มเราที่มีการเคลื่อนไหวมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวของนักวิชาการ มีการพยายามปลุกปั่นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การชี้ชวนให้สาธารณะชนมองเห็นว่าปัญหาที่เรากำลังเผชิญคืออะไร ไม่เห็นว่าจะเป็นการสร้างให้เกิดความวุ่นวาย ขณะเดียวกันการที่เราสามารถเผชิญโจทย์ได้อย่างรอบด้านและเท่าทันนั้น มันเป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งต้องการความคิดเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่มีส่วนได้เสีย





