กรรมาธิการฯปฏิรูปด้านการเมือง สปท. เสนอตัดปาร์ตี้ลิสต์ เลือกตั้งเขตใหญ่ วันแมนวันโหวต
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะไปพูดคุยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในเวลา 13.00 น. วันจันทร์นี้ (23 พ.ย.) ว่า เป็นข้อเสนอที่คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง การทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีหลายส่วนเกี่ยวเนื่องกัน ไม่ได้คิดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
"ข้อเสนอข้อแรก คือ เสนอให้ตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อออกไป เหลือแค่ ส.ส.เขตเท่านั้น เพราะเจตนารมณ์ของการให้มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น ก็เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่ใช่นักเลือกตั้ง ลงสมัครทีไรแพ้ทุกที มีโอกาสได้เป็น ส.ส. แต่ช่วงหลังดูเหมือนเจตนารมณ์นี้จะหายไป บัญชีรายชื่อกลายชื่อของกลุ่มทุนที่อยากมาเป็นรัฐมนตรี ทำให้กลายเป็นเหมือนของซื้อของขาย กลายเป็นเรื่องธุรกิจการเมือง ลงทุนเข้ามาอยู่ในบัญชีรายชื่อ เป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอรัปชั่นเพื่อถอนทุนคืน เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ไม่ควรมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์" นายเสรี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 กล่าว
ข้อเสนอต่อไป คือ เขตเลือกตั้งควรเป็นเขตใหญ่ อาจจะใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้ง ส.ว.เมื่อปี 2543 หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ 3 คน ก็ได้ แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสิทธิเลือกผู้แทนได้เพียงคนเดียว หรือ วันแมนวันโหวต ซึ่งจะซื้อเสียงได้ยากกว่าระบบเขตเดียวเบอร์เดียว
“การใช้ระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์จะทำให้การแข็งขันไม่ดุเดือดเหมือนเขตเล็ก การใช้ระบบวันแมนวันโหวตจะทำให้คนอันดับรองๆลงมามีโอกาสได้เป็น ส.ส. เป็นระบบที่ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ ทุกกลุ่มมีโอกาสได้ตัวแทนของตัวเองเข้าไปเป็น ส.ส. ที่สำคัญระบบนี้จะแก้ปัญหาความแตกแยก สร้างความปรองดองได้ ผลการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดแต่ละเขตจะไม่ผูกขาดอยู่ที่พรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แบบนี้พรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสได้ ส.ส.ที่ภาคใต้ ขณะที่ประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสได้ ส.ส.ภาคอีสานมากขึ้น” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง กล่าว
ทั้งนี้นายเสรี ย้ำว่า เหล่านี้เป็นเพียงแนวคิดที่คณะกรรมาธิการจะไปเสนอต่อนายมีชัย เท่านั้น ไม่ได้ตั้งธงไว้ว่าจะต้องได้แบบนี้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็จะทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้นมาได้ การแก้ปัญหาทุจริตการเลือกตั้งต้องพิจารณาในหลายจุด รวมไปถึงเรื่องมาตรการลงโทษต้องรุนแรงด้วย





