วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มีชัย'เผยไม่จำเป็นต้องบัญญัติกฎหมาย ถอดถอนนักการเมือง

ประธาน กรธ. เผยไม่จำเป็นต้องบัญญัติกฎหมาย ถอดถอนนักการเมือง หากทุจริตและป.ป.ช.ชี้มูลให้ออกจากตำแหน่งทันที

ที่โรงแรมเดอะสุโกศล  สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ร่วมกับมูลนิธิสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย มอบเข็มทองคำเชิดชูเกียรติ ให้นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่น ปี 2558 โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานมอบ ซึ่งมีรายชื่อดังนี้ 1.สาขานิติศาสตร์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2.สาขาการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ 3.สาขาบริหารการคลัง นายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) 4.สาขาวิศวกรรมพลังงาน นายทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน5.สาขาวิทยาศาสตร์  น.ส.พิมพ์ใจ ใจเย็น นักวิทยาศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล             

โดยนายมีชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่จะไม่ให้ส.ว.ทำหน้าที่ในการถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่ง โดยจะให้เป็นหน้าที่ขององค์กรเดิมที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ กรณีการทุจริตประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ จะให้เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ตามเดิม ซึ่งเมื่อป.ป.ช.พิจารณาและมีการชี้มูลความผิดแล้ว บุคคลนั้นจะต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทันที

ส่วนประเด็นเรื่องของคุณสมบัติ อาทิ การขาดคุณสมบัติและจริยธรรมของของนักการเมือง เดิมเป็นอำนาจการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว หากมีผู้สงสัยว่า นักการเมืองที่ขาดคุณสมบัตินั้นลาออกจากตำแหน่งแล้วหรือไม่ ก็สามารถยื่นเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่การเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการเพิ่มคุณสมบัติ และการทำหน้าที่ของศาล และเมื่อเป็นเช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถวินิจฉัยนักการเมืองให้พ้นจากตำแหน่งได้  ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเขียน กฎหมายเพื่อถอดถอนนักการเมืองอีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีที่เปิดช่องให้คนนอก โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองและหลายฝ่ายนั้น นายมีชัยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะกรธ.บัญญัติกฎหมายให้อำนาจ พรรคการเมืองในการเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยประชาชนจะต้องรับรู้รายชื่อก่อนลงคะแนน

ทั้งนี้นายมีชัยกล่าวถึงการลงพื้นที่คณะอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะว่า กรธ.ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 4 ภาค โดยจะเริ่มครั้งแรกในวันที่ 22 พ.ย.ที่จังหวัดเชียงรายนั้น เชื่อว่ากรธ. รู้หน้าที่ของตนเองดีจึงไม่จำเป็นต้องให้แนวทางอะไรเป็นพิเศษ ส่วนตนจะลงพื้นที่ในภาคที่เหลือหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณากันอีกครั้ง