วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชื่อปรับโครงสร้างศธ.พัฒนาการศึกษาถูกทาง

"ตวง" เชื่อปรับโครงสร้างศธ.พัฒนาการศึกษาถูกทาง เน้นกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ครูมีอิสระในการจัดการศึกษาเหมาะสำหรับเด็ก

นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการปรับโครงสร้าง โดยจะรื้อฟื้นกรมวิชาการเดิมกลับคืนมา เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการการศึกษาฯ สนช. เคยเสนอต่อ ศธ.มาแล้ว จึงเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการปฏิรูปการเรียนรู้ ส่วนโครงสร้างอื่นๆ เช่น  การแยกองค์กรหลักให้กลับเป็นกรม ซึ่งจะมีจำนวนกี่กรมถือเป็นนโยบาย แต่เชื่อว่าคงไม่ใช่คืนกลับมา 14 กรมเหมือนโครงสร้างเดิม เนื่องจากการปฏิรูปการศึกษาจะเน้นการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาเป็นหลัก ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เป็นผู้มีอำนาจจัดการศึกษาที่เหมาะกับผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพ โดยสถานศึกษาจัดหาครูได้เอง ขณะที่ครูก็มีอิสระในการจัดการศึกษาที่เหมาะกับผู้เรียน เพราะครูคือคนที่รู้จักนักเรียนดีที่สุด โดยมีโรงเรียนที่พร้อมนำร่องการเป็นนิติบุคคลคือ ร.ร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยทั้ง 13 โรงทั่วประเทศ จากนั้นก็จะขยายไปในโรงเรียนขนาดใหญ่ และโรงเรียนประจำจังหวัดต่อไป    

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 10 กว่าปีก็พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้ทำให้การศึกษามีคุณภาพ การจัดการศึกษา งบประมาณต่างๆ ไม่ถึงตัวผู้เรียน มีการยุบรวมหน่วยงานใน 800 อำเภอ 76 จังหวัด 14 กรม 1 สำนักงาน และ 1 ทบวง เป็น 5 องค์กรหลัก ทำให้มีผู้บริหารระดับ 11 จำนวน 5 คน ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาต้องกระจายอำนาจการบริหารให้ถึงสถานศึกษาซึ่งใกล้ชิดนักเรียนที่สุด เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนกลางไม่ว่าจะมีกี่กรม ก็เกือบจะไม่มีความจำเป็น หรืออาจจะไม่ต้องมีกรมก็ได้ เพราะส่วนกลางทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น ไม่มีอำนาจบรรจุหรือแต่งตั้งครู ทั้งงบประมาณก็อยู่ที่สถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และประเทศไทยก็ปฏิเสธทิศทางโรงเรียนเป็นนิติบุคคลไม่ได้แล้ว เพราะประเทศที่ปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ เช่น ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ล้วนแล้วแต่ให้อำนาจโรงเรียนทั้งสิ้น