วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

83ปีสันติบาล ผบช.ส.ปลุกขวัญลูกน้อง งานข่าวฯคือปิดทองหลังพระ

ผบช.ส. นำตร.ในสังกัด สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันสถาปนา "กองบัญชาการตำรวจสันติบาล" ครบ 83ปี พร้อมปลุกขวัญลูกน้อง งานข่าวกรอง คือปิดทองหลังพระ

วันนี้ (17 พ.ย.58) เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส. นำคณะนายตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ บวงสรวงพระนารายณ์ สักการะ พระนิรันตราย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจสันติบาลครบ 83 ปี ทั้งนี้ ในเวลา 10.00 น.จะมีพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 24 บก.อก.บช.ส. ขณะที่เวลา 11.00 น.งานเลี้ยงรับรอง ณ ห้องสารสิน โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ แก้วจินดาผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุพร พันธ์เสือ รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน โดยมีอดีตผู้บังคับบัญชา คณะทูตจากหลายประเทศ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานประชาคมข่าวทุกหน่วย เข้าร่วมงานครบรอบ 83 ปีของกองบัญชาตำรวจสันติบาลในครั้งนี้         

พล.ต.ท.รอย กล่าวว่า “วันนี้โอกาสดีที่ตำรวจสัติบาลทุกคน จะได้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันสถาปนา กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ปีที่ 83 จะเห็นได้ว่างานวันนี้ ทุกคนได้ร่วมแรงรวมใจ เตรียมการด้วยความตั้งใจอย่างดี แสดงถึงควมรัก ความสามัคคี กลมเลียวเป็นหนึ่งกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ตำรวจสันติบาลได้ร่วมกันทำงานสำคัญที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะ 83 ปี. งานตำรวจสันติบาล ไม่ว่าเป็นงานถวายความปลอดภัย งานการข่าวกรอง งานต่อต้านการข่าวกรอง เป็นงานสำคัญยิ่ง ที่ต้องใช่ความ วิริยะอุตสาหะ อดทน อกชดกลั้น มีใจรัก เป็นงานที่ปิดทองหลังพระ จะเห็นได้ว่าในอดีตหลายๆภาระกิจสำคัญที่ผ่านมา งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จากการปฎิบัติงานของตำรวจสันติบาล ขอขอบคุณทุกท่านในหน่วย ซึ่งเป็นผู้มีความสำคัญด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ จนถึงผู้ปฏิบัติในระดับ ผบ.หมู่และลูกแถว ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่รับผิดชอบของตนด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนถึงวันที่เราจะก้าวสู่ปีที่ 84”   

พล.ต.ท.รอย กล่าวอีกว่า" ในฐานะเป็นผู้บัคับหน่วย ขอยืนยันว่า จะดูแลสวัสดิการ ทุกข์สุข ของกำลังพลผู้ร่วมงานทุกคนตามสมควร ขอให้เพียงตั้งใจทุ่มเท ก้าวเดินทำงานไปด้วยกันของทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ โดยพร้อมจะขอรับผิดชอบผลของการทำงานทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขอย้ำว่า ด้วยภาระกิจหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของประเทศนั้น หากพวกเราทั้งหลายยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ประเทศชาติจะมีความมั่นคงอยู่รอดปลอดภัยรอบด้านเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด ตามวิสัยทัศน์ "เป็นเลิศด้านการข่าวกรอง เพื่อเป็นหลักประกันนความมั่นคงของชาติและราชบัลลังก์"            

สำหรับประวัติกองบัญชาการตำรวจสันติบาลนั้น  เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2473 ก่อนที่กองตำรวจสันติบาลจะได้กำเนิดขึ้นในกรมตำรวจนั้น ได้มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกาศว่า “โดยมีพระราชประสงค์จะให้ราชการในกรมตำรวจภูธรดำเนินเจริญยิ่งขึ้น เป็นการสมควรที่จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งรอบรู้ในวิชาการบางอย่างเป็นพิเศษขึ้นไว้ เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนและปราบปรามผู้กระทำผิด” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมขึ้นกรมหนึ่งในกรมตำรวจภูธรชื่อ “กรมตำรวจภูบาล”                  

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2475 ได้มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อกรมตำรวจภูธรเป็น “กรมตำรวจ”ให้เป็นกรมชั้นอธิบดี และมีรองอธิบดีเป็นผู้ช่วย                  

แบ่งกิจการออกเป็น 4 ส่วน คือ หน่วยบริหารงานส่วนกลาง และสำนักบริหารของอธิบดีกรมตำรวจ ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธร และตำรวจสันติบาล มีหน้าที่เป็นกำลังช่วยเหลือตำรวจนครบาลและตำรวจภูธร จึงถือได้ว่ากองตำรวจสันติบาลได้เกิดมีขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2475 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 

กองตำรวจสันติบาลได้รับการยกฐานะเป็นกองบัญชาการเมื่อปีพุทธศักราช 2535 ได้มีการพัฒนาและขยายองค์กรมาโดยต่อเนื่อง จนกระทั่งปีพุทธศักราช 2552 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งโครงสร้าง กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เป็น 5 กองบังคับการ 1 ศูนย์ และ 1 กลุ่มงาน ประกอบด้วย กองบังคับการอำนวยการ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 4 ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว และกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญด้านการข่าว