กสม.ปิดตัวด้วยผลงานรอบ 6 ปี ส่งต่อไม้ต่อชุดใหม่ 958 เรื่อง
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกสม.พร้อมกรรมการกสม. ร่วมกันแถลง6ปีผลการดำเนินงานของกสม.ชุดที่2 โดยนางอมรากล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้เข้ามารับหน้าที่เมื่อ25 มิ.ย.52 โดยรับคำร้องเดิมจากกรรมการชุดเก่า 1563 คำร้อง ทำเสร็จสิ้น 1555 คำร้อง และระหว่างเข้ารับหน้าที่เมื่อ 25มิ.ย.52 - 30 ก.ย.58 มีคำร้องยื่นเข้ามาจำนวน 4143 คำร้อง ทำเสร็จ 3185 คำร้อง และจะส่งต่อให้กสม.ชุดใหม่ 958 คำร้อง อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ที่ผ่านมา สื่อมวลชนไม่ค่อยเข้าใจในอำนาจหน้าที่ มีทั้งชื่นชมติติงก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ บางครั้งเข้าใจอำนาจหน้าที่เราผิด ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนแต่ก็วิพากษ์วิจารณ์เรา ทั้งนี้ไม่ขอเปรียบเทียบผลงานระหว่างชุดที่ 1 กับชุดที่2 ว่าชุดไหนดีกว่ากัน
ขณะที่ น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม.ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวว่า กสม.ได้เข้าไปตรวจสอบการชุมนุมทางการเมืองและการใช้ความรุนแรงทางการเมือง 2 ครั้ง คือปี 53 และปี 56-57 มีข้อสรุปว่าการชุมนุมทั้ง2ครั้ง มีปัญหาเรื่องสิทธิการรับรู้ความจริงและการยอมรับความจริงร่วมกัน แม้ว่าจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศเข้ามา แต่ยังไม่มีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อย่างแท้จริง ต้องมีการจัดการการชุมนุมหรือความขัดแย้งอย่างเหมาะสมและไม่ควรใช้กฎหมายที่รุนแรง การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง หากแก้ปัญหาด้วยการทหาร ยิ่งทำให้ปัญหาขยายตัวเหมือน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีการเสนอเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อการชุมนุมอย่างเหมาะสมตามหลักกฎหมาย รวมทั้งต้องสรุปบทเรียนว่าการที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ตกหลุมความขัดแย้ง จำเป็นต้องคิดถึงปัญหาต้นตอ เพราะประเทศไทยติดกับดักบ้านเมืองต้องการปฏิรูป ซึ่งมองไม่เห็นเค้างลางการปฏิรูปประเทศไทยจะเกิดขึ้นจริง
น.พ.นิรันดร์ กล่าวอีกว่า ระยะ 1 ปีเศษที่ผ่านมา มีปัญหาการละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ภายใต้สถานการณ์รัฐประหาร ต้องยอมรับว่าภายใต้กฎอัยการศึกแม้จะยกเลิกไปแล้ว สังคมไทยยังมีปัญหาด้านเสรีภาพในการแสดงความเห็นเช่น เสรีภาพของสื่อ และนักวิชาการ เป็นต้น แม้กระทั่งการที่ประชาชนอยากมีส่วนร่วมปัญหาต่างๆในพื้นที่ เช่น ปัญหาปฏิรูปพลังงาน การจัดการทรัพยากร ก็ถูกสกัดกั้นถูกมองว่าทำลายความสงบสุข ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นสิทธิของพลเมือง


