วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปท.ถกปฏิรูปป้องกันและปราบปรามทุจริต

สปท.ถกปฏิรูปป้องกันและปราบปรามทุจริต "วันชัย"เสนอระบุให้คดีทุจริตไม่มีอายุความและเพิ่มโทษให้หนัก ด้าน"เสรี"ชี้การแก้ทุจริตที่ดีต้องทบทวนกม.

มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระอภิปรายทั่วไปเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งก่อนเริ่มการอภิปรายที่ประชุมได้เชิญ นายประมนต์ สุธีวงศ์ สมาชิกสปท. ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการ(กมธ.) ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มากล่าวสรุปการทำงานของกมธ. ที่ผ่านมา โดยนายประมนต์กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องใหญ่และมีมานานเปรียบได้กับมะเร็งร้ายที่เกาะกินสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกับนานาชาติ และยังส่งผลให้ลดศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย 

นายประมนต์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา สปช. ได้ศึกษาและรวบรวมข้อเสนอแนะจากเวทีต่างๆ ว่าเราจะต้องทำอย่างไรถึงจะป้องกันและปราบปรามทุจริต โดยได้ทำเป็นยุทธศาสตร์ 3ป. ประกอบด้วย ปลูกฝัง ป้องกัน และปราบปราม โดยในส่วนของปลูกฝังนั้นจะเป็น การสร้างค่านิยมให้กับเยาวชน เพื่อให้พวกเขาต่อต้านการทุจริต โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลานาน และจะต้องทำการป้องกันไปพร้อมกันด้วย ในส่วนของการปราบปรามนั้น จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีความรวดเร็วมายิ่งขึ้น 

ในส่วนของการอภิปรายนั้นนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสปท. อภิปรายว่า ตนขอเสนอให้คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่มีอายุความ และโทษของคดีประเภทนี้จะต้องมีโทษที่หนักและชัดเจน เช่นการระบุให้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 20 ปี จนถึงตลอดชีวิต อีกทั้งให้มีการยึดทรัพย์หมดตัว ส่วนกระบวนการบุติธรรมนั้นจะต้องมีการปฏิรูปให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังจะต้องมีการรณรงค์แคมเปญต่อต้านการทุจริต ให้ได้ผลเหมือนอย่างแคมเปญให้เหล้าเท่ากับแช่งด้วย ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่า การจะแก้ไขปัญหานี้ได้จะต้องมีการร่างรัฐธณรมนูญที่แก้ไขในปัญหาในเรื่องของ การเมือง ความสงบสุข และการปรองดอง โดยทั้ง 3 เรื่องต้องมีความสมดุลกันและมีความมั่นคง หากเน้นเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว ปัญหาทั้งหมดก็จะวนมาจุดเดิม 

ขณะเดียวกันนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท. อภิปรายว่า รัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นผลประโยชน์มหาศาลของรัฐ ถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซงโดยการแต่งตั้งคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ ตนขอเสนอให้มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจโดยถี่ถ้วนและยั่งยืน ขณะที่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังคงล้มเหลว เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากนักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการท้องถิ่นยังแสวงหาผลประโยชน์รีดเอาจากประชาชน ตนเห็นว่ากฎหมายมีปัญหา เช่นการกำหนดให้คนให้สินบน และคนรับสินบนเป็นความผิดทั้งหมด ทำให้คนไม่กล้าเปิดเผย ดังนั้นต้องเปิดช่องทางกฎหมายให้นำหลักฐานมาเปิดเผยได้ การลงโทษเรื่องการทุจริตต้องรุนแรง โทษขั้นต่ำคือจำคุก ไม่รอลงอาญา หากมีการกลั่นแกล้งควรให้มีโทษหนักเป็น 2 เท่า ดังนั้นทางแก้ทุจริตดีที่สุดคือ ต้องทบทวนบทบัญญัติกฎหมายเอาใหม่ 

ด้านนางถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกสปท. อถิปรายว่า ที่ผ่านมาตนได้ทำการศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยยังคงพบว่ามีประชาชนบางส่วนที่ยังคงยอมรับการทุจริตได้ หากโครงการที่ใหญ่และสำคัญสำเร็จ อีกทั้งก็ยังมีคนบางส่วนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อการคอรัปชั่นด้วย จุดนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งทัศนคติแบบนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการปรับปรุง ในส่วนแนวทางการปฏิรูปเรื่องการป้องกัและปราบปรามการทุจริต ตนขอเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบจริยธรรมของนักการเมือง และหาวิธีว่าทำอย่างไรที่จะให้การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภาสามารถใช้ได้จริง ทั้งนี้การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมก็มีความสำคัญ ต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุไว้ว่า นักการเมืองจะต้องไม่เป็นเจ้าของกิจการสื่อ เพื่อป้องกันการใช้สื่อปกป้องตนเองในทางที่ผิดด้วย