“จตุพร” จี้รัฐบาลรับผิดชอบชี้แจง “อุทยานราชภักดิ์” ชี้เป็นเรื่องใหญ่ อย่าตัดตอนความผิดแค่เฉพาะตัว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกระแสเรียกร้องการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการตรวจสอบทุจริตการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าความผิดสำเร็จไปแล้ว แม้ผู้เกี่ยวข้องจะยอมรับว่ามีการเรียกค่าหัวคิวโรงหล่อ แต่อ้างว่าได้คืนเงินกลับเข้ามูลนิธิฯแล้วเป็นคำตอบที่ฟังไม่ขึ้น ขณะที่การตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเวลา7วัน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 19พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ามีใครเกี่ยวข้องอย่างไร ยังไม่ใช่ทางออกที่ชัดเจน เพราะประเด็นคือประชาชนต้องการเห็นความรับผิดชอบจากรัฐบาล ที่จะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่ใช่เพียงแค่ตัดตอนให้จบลงเท่าที่ต้องการให้จบเท่านั้น
นายจตุพร กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังนิ่งเฉย จะเข้าข่ายปล่อยปละละเลย เปรียบเทียบกับกรณีที่มีการกล่าว หาเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในสำนวนกล่าวหาระบุว่าปล่อยปละเลยทำให้รัฐเกิดความเสียหายโดยไม่ได้ระบุว่าทุจริต แต่กรณีนี้พบว่ามีการทุจริตแล้วยังไม่ดำเนินการอาจทำให้เกิดข้อสงสัยได้ แม้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวนไม่มาก แบ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน 1,600ล้านบาท งบที่ประชาชนที่มีความศรัทธา อีกจำนวนหนึ่งนั้น แต่ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งกระทบกับความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างมาก รัฐบาลควรแสดงท่าทีให้ชัดเจน
“วันนี้รัฐบาลต้องชี้แจง เพราะประชาชนเขาเชื่อว่าทุจริตจริง ไม่เช่นนั้นคนเกี่ยวข้องคงไม่หนีออกนอกประเทศหรือต้องมีการปลดออก วันนี้มีเพียงผบ.ทบ.ที่ออกมาดำเนินการ โดยที่รัฐบาลทหาร ที่ประกาศปกป้องราชบัลลังก์ และต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ยังไม่มีท่าทีแสดงความรับผิดชอบ เรื่องนี้กระทบจิตใจประชาชนเพราะไม่มีใครกล้าคิดทำอะไรเช่นนี้โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ที่สำคัญรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่ารัฐบาลพลเรือนด้วยซ้ำ และผมมองว่าหากเป็นรัฐบาลปกติที่มาจากการเลือกตั้งนายกฯไม่สามารถนั่งในตำแหน่งได้แล้ว”นายจตุพร กล่าว
แกนนำนปช.กล่าวว่า สำหรับผลการสอบสวนของกองทัพนั้น ตนเชื่อว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งกระทบจิตใจประชาชน จึงไม่มีใครที่สามารถไปปกป้องใครได้และใหญ่เกินกว่าที่ใครจะต้องมารับผิดแทนใคร จะมาชี้ให้เป็นความผิดเฉพาะบุคคลคงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้องและบางคนก็มีบทบาทในรัฐบาล ดังนั้นทางออกคือรัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฎ ต้องแสดงภาวะของผู้นำ อย่าลอยตัวโดยผลักภาระความรับผิดชอบ และควรนำผลสอบมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา วันนี้ประชาชนเขาไม่ได้มีปัญหากับทหารแต่ต้องการความจริง และเรื่องจะเงียบได้เมื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถ้วนหน้าหากพบข้อเท็จจริงว่าความผิดสาวไปถึงใครก็ทำเท่านั้น อย่าโยนความผิดให้ใครหรือให้ใครคนใดมารับผิดแล้วคิดว่าเรื่องจะจบ





