วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก่อแก้ว'วอนสัมมนาพรบ.ความรับผิดทางละเมิดฯกรณี'ยิ่งลักษณ์'

"ก่อแก้ว"วอนคณะนิติศาสตร์-สถาบันพระปกเกล้า-สมาคมนักข่าวฯ ช่วยจัดสัมมนาวิชาการพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯบังคับใช้กรณี"ยิ่งลักษณ์"ได้

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. กล่าวว่า ตนติดตามกรณีที่รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจที่จะออกคำสั่งทางปกครองเพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชดใช้เงินที่ขาดทุนในโครงการจำนำข้าวทั้งๆ ที่เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการช่วยชาวนากว่า 3 ล้านครอบครัว เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งได้ผลดีในภาพรวมแต่มีสิ่งหนึ่งที่ตนรู้สึกค้างคาใจและสับสนคือข้อกฎหมายและเจตนารมณ์ในการบังคับใช้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจะนำมาใช้ในกรณีนี้ซึ่งตนเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากก็รู้สึกเช่นเดียวกับตนเพราะนายวิษณุเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และเป็นมือกฏหมายคนสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ได้ยืนยันต่อสังคมหลายครั้งว่ากรณีนี้ใช้พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ได้ และพ.ร.บ.นี้ใช้มาร่วม 20 ปี ดำเนินคดีมากว่า 300 เรื่อง การใช้วิธีนี้จะดำเนินการได้รวดเร็วภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด 

นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ขณะที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์รวมทั้งทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยต่างออกมาคัดค้าน โดยบอกว่าพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ไม่สามารถบังคับใช้กับนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีได้ กฎหมายฉบับนี้ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีการนิยามไว้ว่า คือข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างและมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้วยความสุจริตใจแล้วเกิดความผิดพลาด สร้างความเสียหายให้กับภาคเอกชน แล้วถูกฟ้องร้องจากเอกชนให้ชดใช้ความเสียหายนั้นๆ ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องแบกรับภาระการชดใช้เป็นการส่วนตัวซึ่งกรณีของโครงการจำนำข้าวนั้นเป็นโครงการที่หาเสียงและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ไม่สามารถใช้พ.ร.บ.นี้ได้ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลฟ้องศาลแพ่งแทน ซึ่งเมื่อฟ้องแล้วไม่มีวันหมดอายุความ และเป็นการให้ความเป็นธรรมต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะผู้ถูกกล่าวหาจะได้นำพยานหลักฐานมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ถูกมัดมือชกเรียกค่าเสียหายก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในคดีอาญา 

“มีผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหลายท่านบางท่านเป็นอดีตผู้พิพากษาบางท่านเป็นนักวิชาการบางท่านเป็นทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พ.ร.บ.นี้เป็นคำสั่งทางปกครองซึ่งในพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539มาตรา4 ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายต่างๆ มิให้ใช้บังคับแก่ 1.รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี 2.องค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ 3.การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรงฯ ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรใช้พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ มาดำเนินการเรียกค่าเสียหายแต่ควรใช้การฟ้องแพ่งแทนผมและคนไทยทั่วไปที่ไม่ใช่นักกฎหมายได้รับฟังความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแต่ละท่านดังที่ได้กล่าวมาก็อดคล้อยตามไม่ได้ เพียงแต่ว่าความเห็นในกฎหมายฉบับเดียวกัน กลับแตกต่างไปคนละขั้ว จึงทำให้เกิดความสับสนมาก”แกนนำนปช.กล่าว 

นายก่อแก้ว กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะที่สังคมไทยกำลังจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ฝ่ายที่สนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์มองว่า รัฐบาลกำลังพุ่งเป้าจัดการน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยไม่ให้ความเป็นธรรมและ 2 มาตรฐาน ซึ่งนำมาสู่ความคับแค้นใจมากขึ้นดังนั้น ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกทำให้กระจ่างสังคมก็จะสับสนและซุบซิบนินทาในทางเสียหายต่อรัฐบาลและนายวิษณุได้ดีไม่ดีจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ลุกลามไปใหญ่โตก็เป็นได้ ตนใคร่ขอร้องหน่วยงานใดก็ได้ไม่ว่าคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำสถาบันพระปกเกล้าหรือสมาคมนักข่าวฯ ช่วยให้แสงสว่างสร้างปัญญาให้กับสังคมโดยการเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาวิชาการถกเถียงว่าพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539สามารถบังคับใช้ในกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หรือไม่โดยเชิญคู่กรณีคือ นายวิษณุกับนักกฎหมายของน.ส.ยิ่งลักษณ์และนักวิชาการคนกลางเช่นคณะบดีคณะนิติศาสตร์ของม.จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.รามคำแหงและม.เชียงใหม่มาร่วมถกเถียงให้ความเห็นกันโดยให้ผู้เข้าร่วมรับฟังเฉพาะนักกฎหมาย นักวิชาการ หรือนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์เท่านั้น และอนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เพื่อประชาชนทั่วไปจะได้รับฟังทางบ้านด้วย 

นายก่อแก้ว กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนมุมมอง ให้เหตุผล และถกเถียงข้อกฎหมายกันตรงไปตรงมาทุกประเด็นต่อหน้าสาธารณะ จะเป็นการให้ความรู้ต่อสังคมและเป็นประโยชน์มากกว่าการตอบโต้กันผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งของสังคมลง และเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามรับฟังการสัมมนามีวุฒิภาวะเพียงพอในการที่จะได้ข้อสรุปในใจว่า เห็นด้วยกับการให้เหตุผลทางกฎหมายของฝ่ายใด เพราะมีนักวิชาการคนกลางร่วมให้มุมมองสนับสนุนตามข้อกฎหมายถ้าสังคมโดยรวมคล้อยตามหรือเห็นด้วยในเหตุผลของนายวิษณุ รัฐบาลจะได้มีความชอบธรรมในการเดินหน้าดำเนินการกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีข้อครหาน้อยลง แต่ถ้าสังคมโดยรวมคล้อยตามหรือเห็นด้วยในเหตุผลของนักกฎหมายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลยุติการใช้วิธีการนี้แล้วไปใช่วิธีการฟ้องแพ่งแทนจะได้ยุติปัญหาและความขัดแย้งในประเด็นนี้ลงไปดังนั้น ใครก็ได้ช่วยเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่องนี้เพื่อให้แสงสว่าง สร้างปัญญา ให้กับสังคมไทยด้วยเถิด