"นพ.วรงค์"เชิญชวน สังคมไทยรู้เท่าทัน เกมการเมือง เพื่อไทย ปม จำนำข้าว แนะรัฐบาล ขยันแจงข้อเท็จจริง ย้ำ 4 ข้อ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊กเปิดเผยจดหมายเปิดผนึกและให้ทนายความไปยื่นขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลโดยเรียกร้องให้รัฐบาลฟ้องค่าเสียหาย เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แทนการใช้ พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อยืดอายุความจาก 2 ปี เป็น 15 ปีและขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ความเสียหายว่า ขอให้สังคมไทยตามให้ทัน ว่านี่คือเกมการเมืองเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง หากไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง จะเกิดความเข้าใจผิดได้มาก จึงขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และทนายความไปอ่านคำพิพากษาศาลฏีกา ที่2502/2554 ที่ชี้ว่า จะเลือกใช้อำนาจของศาลใด กรณีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำละเมิด หรือสร้างความเสียหาย และอ่าน พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐพ.ศ.2539
นพ.วรงค์ กล่าวว่า เพื่อให้รู้เท่าทันตนขอประมวลข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายดังนี้ 1.การดำเนินการเรียกให้เจ้าหน้าที่รัฐ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิด(ค่าเสียหาย) ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐพ.ศ. 2539 เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และผลที่สุดมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้เงิน (อันเป็นคำสั่งทางปกครอง) เช่น กรณีจำนำข้าว จีทูจีเก๊ ไม่ได้เป็นการใช้กฎหมายพิเศษหรืออำนาจพิเศษ แต่เป็นอำนาจตามกฎหมายปกติที่ใช้มานานแล้วตั้งแต่ปี2539 และใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐมาตลอด จึงไม่ได้เป็นการเลือกใช้ เฉพาะกรณีจำนำข้าว ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ดังกล่าวสามารถไปร้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมได้ ดังนั้น ข้ออ้างที่เรียกร้องให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ความเสียหาย จึงเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า 2. ที่มีผู้อ้างว่า จะเลือกใช้วิธีตามพ.ร.บ.นี้ หรือจะใช้วิธีฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาก็ได้นั้น ถือเป็นการกล่าวอ้างที่ผิด เพราะศาลยุติธรรมไม่มีอำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.นี้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่2502/2554 ได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า คดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ดังนั้น ศาลยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา
นพ.วรงค์ กล่าวว่า การดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ท้ายสุดอาจไปสู่การพิจารณาของศาลปกครองที่เป็นองค์กรตุลาการ โดยฝ่ายผู้ถูกเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายมีสิทธิสู้คดีได้เต็มที่ โดยมี2 ช่องทางที่สู่ศาลปกครองดังนี้คือ 2.1 ผู้ถูกคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย มีสิทธิอุทธรณ์โดยฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้นภายใน90 วัน 2.2 หรือฝ่ายหน่วยงานของรัฐที่เสียหาย เมื่ออกคำสั่งแล้ว ผู้ทำละเมิดไม่ชดใช้ เมื่อมีหนังสือเตือนแล้ว ก็ยังไม่ชำระ ก็สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครอง คือ การยึดหรืออายัดทรัพย์ขายทอดตลาดได้เอง แต่ถ้าหากเห็นว่า ไม่มีคนหรือความชำนาญในการยึดอายัดทรัพย์ จะฟ้องต่อศาลปกครองให้พิพากษาและออกคำบังคับให้ผู้ทำละมิดชดใช้ค่าเสียหายก็ได้
น.พ. วรงค์ กล่าวว่า 3.หน่วยงานของรัฐไม่มีสิทธิเลือกว่า จะดำเนินการตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือจะเลือกฟ้องแพ่ง เพราะคดีละเมิดของเจ้าหน้าที่ ที่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจ หน้าที่ อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ไม่สามารถเลือกฟ้องเป็นคดีแพ่ง หรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาได้ กระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า ที่นึกอยากจะขอขึ้นศาลไหนก็ได้ ทุกอย่างต้องมีกฏหมายรองรับ
น.พ. วรงค์ กล่าวว่า 4. ที่อ้างว่าจำนำข้าวเป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่ต้องรับผิด กฎหมายวิธิปฏิบัติราชการทางปกครอง ยกเว้นไม่บังคับถึง “การพิจารณา”งานที่เป็นนโยบาย แต่กรณีนี้มันเป็นเรื่องปฎิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติในการควบคุมดูแลการดำเนินการ ไม่ใช่การ“พิจารณา” การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงไม่เป็นภูมิคุ้มกันว่า ไม่ต้องรับผิดในการทำผิดกฎหมาย หรือภาษาชาวบ้านคือ ให้ทำตามนโยบายได้ แต่ไม่อนุญาติให้โกง
“สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่พี่น้องคนไทยและสังคมไทย ต้องตามให้ทันต่อเกมการเมืองของพรรคเพื่อไทย ที่พยายามเรียกร้องความเห็นใจว่าถูกกลั่นแกล้ง ที่สำคัญ รัฐบาลต้องเข้าใจ วิธีเอาชนะเกมการเมืองแบบนี้ คือต้องขยันชี้แจงข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ผมคิดว่า สภาทนายความเองก็น่าจะมีการสอบ จริยธรรมของทนายความ ที่พยายามนำข้อกฏหมายต่างๆมาบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อตัวบทกฎหมายด้วย จะยิ่งเป็นการพัฒนาให้สังคมรู้เท่าทัน เพราะที่สุดแล้วเรื่องของชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องที่เราคนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบและรับผลกระทบร่วมกัน” นพ.วรงค์ กล่าว


