ผบ.ทบ.ตั้ง"พล.อ.วีรัณ"นั่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ"อุทธยานราชภักดิ์" ไฟเขียวเอาผิดทั้งคนนอก-ใน ลั่นทำให้สถาบัน-ทบ. เสียหาย จี้ส่งผล 20 พ.ย.นี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะให้ในประเด็นการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยระบุว่าให้ไปสอบถาม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ เรียบร้อยแล้ว
แหล่งข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ธีรชัย ได้มอบหมายให้ พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทธยาน ราชภักดิ์ โดยมี พล.ท.สรรชัย อจลานนท์ เจ้ากรมกำลังพลกองทัพบก ทำหน้าที่เป็นเลขา และมีกรมฝ่ายเสธกองทัพบกทั้งหมด เป็นกรรมการในการตรวจสอบ
แหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุอีกว่า การตรวจสอบจะเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการจัดสร้าง อาทิ การคัดเลือกโรงหล่อ เงินบริจาค การปรับภูมิทัศน์ การจัดงาน “ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต”เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาด้วย โดยเฉพาะเรื่องจำหน่ายโต๊ะจีนที่มีราคาสูงมาก กิจกรรมปลูกต้นไม้ในบริเวณอุทยานราชภักดิ์ ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการจับผิด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันข้อกังขาจากสังคม ก่อนที่จะมีการรับมอบมาอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก เพื่อมาดำเนินการต่อในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยการตรวจสอบต้องให้แล้วเสร็จภายใน1สัปดาห์ และต้องผลการตรวจสอบให้กับ พล.อ.ธีรชัย ในวันศุกร์ที่ 20 พ.ย.ที่จะถึงนี้
"โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีการตรวจสอบเงินบริจาค ว่าใครบริจาคบ้าง และบริจาคเท่าใด และมีการนำไปลดหย่อนภาษี จริงหรือไม่ จ่ายเงินไปเท่าไหร่ และนำเงินเข้ามูลนิธิ จริงเท่าใด"เเหล่งข่าวจากกองทัพบก กล่าว
เเหล่งข่าวจากกองทัพบก กล่าวว่า ผบ.ทบ.เน้นย้ำว่าต้องดำเนินการตรงไปตรงมา ให้เกิดความโปร่งใส เพื่อปกป้องสถาบันและกองทัพ และหากพบใครทำผิดจริง จะไม่ช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น และการดำเนินการทั้งในเรื่องเรื่องอุทยานราชภักดิ์ จะต้องเคลียร์ และให้เสร็จสิ้นในสิ้นเดือนนี้ เนื่องจากเดือนหน้า จะเป็นเดือนมหามงคล หากมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าว ห่วงจะส่งผลให้คนทั้งประเทศไม่สบายใจ
แหล่งข่าวจากกองทัพบกกล่าวอีกว่า ในส่วนกำลังพลของกองทัพบกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการจัดสร้างอุธทยานราชภักดิ์นั้น ถือเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมา ก็ทำงานตามหน้าที่ เชื่อว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แม้แต่กรมการเงิน กองทัพบกเองก็ตาม ที่มีหน้าที่บันทึก รายรับรายจ่าย รวมถึงเงินบริจาค ว่ามีเงินเข้าเท่าใด ก็บันทึกไปตามนั้น เพียงแต่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่เงินจะเข้ามาสู่ระบบของกองทัพ ขณะนี้เราๆไม่ทราบว่ามีเงินบริจาคจริงๆเท่าใด และเงินหายจริงเท่าใด ฉะนั้น ทางคณะกรรมการตรวจสอบชุดดังกล่าว จะไปตรวจสอบผู้บริจาคเงินทั้งหมด ว่าแต่ละคนบริจาคจริงเท่าไหร่ และมียอดเงินตรงกับที่ กรมการเงินกองทัพบกไดเบันทึกไว้หรือไม่ หากไม่ตรง หายไปในขั้นตอนไหน
"กองทัพบก ทำงานแบบตรงไปตรงมา เงินเข้ามาเท่าไหร่ ก็บันทึกไปตามนั้น แต่เนื่องจากการจัดสร้างอุทธยานราชภักดิ์ กองทัพบกทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งภาคเอกชน ดังนั้นหลายๆขั้นตอนอยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทัพบก แต่ ผบ.ทบ. เน้นย้ำว่า สิ่งใดก็ตามที่ไม่ถูกต้องไม่ว่าจะเกิดจากคนในหรือนอกกองทัพ กองทัพต้องลุยเต็มที่ เพื่อเอาผิดให้ได้ เพราะเราทำงานถวายให้สถาบัน แต่มีคนมาแสวงหาผลประโยชน์ จนทำให้สถาบันและกองทัพเสื่อมเสีย โดย ผบ.ทบ. ระบุว่าจะต้องฟ้องร้อง โดยให้กองทัพบกเป็นโจกท์ ในการยื่นฟ้อง กับคน 2 กลุ่ม คือ 1. ข้าราชการ โดยเฉพาะทหาร หากพบว่าผิดจริง ก็ต้องปลดจากราชการ ฟ้องร้องทางแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหาย แจ้ง ข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คือจะเอาผิดทุกเรื่อง ทุกข้อหา 2.คนนอก จะดำเนินการทางกฎหมายทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังสั่งการให้เอาผิดกับเซียนพระ "อ"กรณีไล่เก็บหักหัวคิวจากโรงหล่อ ภายหลังที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีตผบ.ทบ ออกมายอมรับ เพราะทำให้กองทัพบกเกิดความเสียหาย ซึ่งหากมูลนิธิ ไม่ฟ้อง ทางกองทัพบกจะฟ้องเอง เพราะมีหลักฐานว่าทำผิดจริง "แหล่งข่าวจากกองทัพบกกล่าว


