วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอสุรพงษ์'ขึ้นศาลให้การปฏิเสธ สู้คดีแปลงสัญญาไทยคม

"น.พ.สุรพงษ์"ขึ้นศาลฎีกานักการเมือง ให้การปฏิเสธสู้คดีแปลงสัญญาไทยคม หลังป.ป.ช. ฟ้องร่วม “ไกรสร อดีตปลัดไอซีที

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.66/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.พ.สุรพงษ์ หรือ หมอเลี๊ยบ สืบวงศ์ลี อายุ 58 ปี อดีต รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร , นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงไอซีที ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 – 3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 กรณีที่มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่5)เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า51%เป็นไม่น้อยกว่า40%ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยทราบดีอยู่แล้วว่า เหตุที่บริษัทขอลดสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อต้องการหาพันธมิตรขยายศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็งและมีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินการโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์  

โดย น.พ.สุรพงษ์ เดินทางมาศาลพร้อมนายอภิชาต จันทร์แก้ว ทนายความ ส่วนนายไกรสร และนายไชยยันต์ จำเลยที่ 2-3 มาศาลตามกำหนดนัด

ขณะที่สอบคำให้การแล้ว จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งศาลได้กำหนดนัดตรวจหลักฐานคดี ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. 

ภายหลัง น.พ.สุรพงษ์ อดีต รมว.ไอซีที กล่าวว่า ตนให้การต่อศาลแล้ว จะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีก ซึ่งศาลกำหนดให้ยื่นภายใน 30 วัน นับจากวันนี้ โดยตนได้ประกันตัวซึ่งศาลมีเงื่อนไขเหมือนคดีที่ผ่านมา ที่ห้ามออกนอกประเทศ หลังจากนี้เตรียมตรวจหลักฐานคดีอีกครั้งเดือน ธ.ค.นี้  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล 6 ต่อ 2 เสียง เมื่อวันที่ 17 ก.ค.56 ว่า การกระทำของ นพ.สุรพงษ์ , นายไชยยันต์ และนายไกรสร ที่ได้อนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานฯ ดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญา 

โดย ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุ นพ.สุรพงษ์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง รมว.ไอซีที , นายไกรสร จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไอซีที และนายไชยยันต์ จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งอดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบและควบคุมคู่สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศตามสัญญา ลงวันที่ 11 ก.ย.34 ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในขณะนั้น ปัจจุบันเป็น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  

ต่อมาวันที่ 18 ต.ค.47 น.พ.สุรพงษ์ จำเลยที่ 1 อนุมัติให้แก้สัญญาตามที่นายไกรสร ปลัดกระทรวงเสนอ และมีการลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 เมื่อวันที่ 27 ต.ค.47 โดยไม่เสนอ ครม.ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นให้ความเห็นชอบ ทั้งที่จำเลยทราบแล้วว่าอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าเดิมโครงการ ได้รับอนุมัติจาก ครม.เป็นโครงการของประเทศ ควรที่ ก.ไอซีที ต้องนำเสนอ ครม.พิจารณา การกระทำของจำเลยทั้งสาม ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์รัฐ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายกับ สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ก.ไอซีที เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานจากรัฐ 

ขณะที่ น.พ.สุรพงษ์ หรือ"หมอเลี๊ยบ"ปัจจุบัน มีคดีที่ถูก ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวม 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีแปลงสัญญาไทยคม หมายเลขดำ อม.66/2558 นี้ และคดีแต่งตั้งปธ.กก.- กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในบอร์ด ธปท.ปี 51ไม่ชอบ ที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ ในฐานะ อดีต รมว.คลัง ยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็น คดีหมายเลขดำ อม.39/2558 ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดย น.พ.สุรพงษ์ ได้รับการประกันตัวไปใน วงเงิน 10 ล้านบาท