"ชูศักดิ์"อัดยับบัญชีนายกฯ ยํ้าจุดยืนไม่หนุนสิ่งที่ผิดไปจากหลักการ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน วอนเลิกใช้เทคนิกทางกฎหมาย
นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงถึงท่าทีของพรรคต่อร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ว่า พรรคเพื่อไทยได้แสดงจุดยืนถึงร่างรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไปหลายครั้งว่า เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน อะไรที่ผิดไปจากนี้ อยู่นอกหลักการ เช่น ประสงค์ใช้นายกฯ คนนอก หรือการเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งให้ยุ่งยากกว่าเดิมนั้น พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ล่าสุดบอกให้ส่งรายชื่อว่าที่นายกฯ ไม่เกิน 5 คนนั้น ถามว่าต่างจากระบบเดิมอย่างไร ในเมื่อปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 คือว่าที่นายกฯ อยู่แล้ว ดังนั้นอะไรที่ผิดไปจากหลักการในเรื่องของอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนเราไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้พรรคเสนอชื่อบุคคลที่เป็นนายกฯ ซ้ำกันจะทำให้พรรคการเมืองจับมือกันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ทุกพรรคคงต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ระบบนี้อาจทำให้เกิดการแตกแขนงของพรรคการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ ทั้งนี้ หลักการของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทั้งปี 40 และปี 50 ตกผลึกแล้วโดยประชาชน และประชาชนก็พอใจกับระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมาแล้ว สังเกตว่าตั้งแต่ปี 40 ประชาชนมาเลือกตั้งมากขึ้นโดยลำดับ ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง หากจะมีการเปลี่ยนแปลงคงมองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเป็นความพยายามลดคะแนนพรรคใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เจตนาหรือเป้าหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ขอตั้งคำถามว่า จะร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย หรือมีเป้ามายทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาหลังการรัฐประหารมักจะมีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้แสดงจุดยืนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญชัดเจนผ่านการออกแถลงการณ์ส่งถึงกมธ.ยกร่างและกรธ.ทั้งสองชุดแล้ว ซึ่งหลักการสำคัญที่เรายึดถือเป็นหลักคือรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย รับฟังเสียงของประชาชน และเป็นไปตามหลักสากลที่สังคมโลกยอมรับ ไม่อย่างนั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ กรธ.อย่าประดิษฐ์วาทกรรมเพื่ออธิบายสิ่งที่ตัวเองปรารถนา อย่าตัดสินเองโดยไม่ฟังเสียงประชาชน วันนี้ประชาชนไม่ขัดข้องในการเข้าคูหากาบัตรสองใบ และที่ผ่านมาพรรคการเมืองก็เอาบุคคลที่อาสาเข้ามาทำงานให้พี่น้องประชาชนเลือก ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไปเอาคนนอกที่ไม่ได้อาสาเข้ามาทำงานมาให้เลือก นี่เป็นหลักปรัชญาขั้นพื้นฐานว่า ต้องเลือกคนที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทั้งนี้ วิธีที่จะใช้เทคนิกทางกฎหมายเพื่อให้ได้ตามสิ่งที่ตนเองปรารถนานั้นไม่ถูกต้อง กรธ.ต้องซื่อตรงต่อตนเองและระบอบประชาธิปไตยด้วย
ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า การจะให้พรรคเพื่อไทยเลือก 5 รายชื่อหรือ 10 รายชื่อไม่ใช่เรื่องยาก แต่ขอตั้งคำถามว่า รายชื่อเหล่านั้นจะเอามาจากไหน จากเขตหรือจากบัญชีรายชื่อ หรือนี่เป็นภาคพิสดารเพื่อประโยชน์อะไรสักอย่างใช่หรือไม่ เช่น เอาคนที่ไม่มีโอกาสเป็นนายกฯ แล้ว แต่ยังมีคนเคารพ มาใส่ไว้เพื่อให้ประชาชนเลือกใช่หรือไม่





