"พล.อ.ประยุทธ์"นำรมต.ศก.ลงพื้นที่อุบลฯ ประชุมกรอ.ตรวจการบริหารจัดการน้ำ และการดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่า เมื่อเวลา 07.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนา ยกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางจากฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก ดอนเมือง เดินทางโดยเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท. 135 มายังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ พร้อมด้วยทหาร ตำรวจและข้าราชการให้การต้อนรับ โดยมีมาตรการการรักษาความปลอดภัยคุ้มกันอย่างเข้มงวด
จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมายังบ้านยางกะเดา ต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง เพื่อรับทราบการรายงานและบรรยายสรุปโครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการสนับสนุนด้านการเกษตร พร้อมตรวจเยี่ยมการดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ในกิจการกองทุนหมู่บ้าน โรงสีหมู่บ้าน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และตลาดประชารัฐ โดยมีหัวหนัาส่วนราชการ ประชาชน และผู้นำส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับ รวมถึงการจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอผลการดำเนินการของชุมชนในด้านต่างๆแก่นายกรัฐมนตรี อาทิ นิทรรศการนำเสนอการดำเนินงานธนาคารข้าวชุมชน ธนาคารต้นไมั มาตรการรองรับภัยแล้ง การดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และผลการดำเนินการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทั้งนี้ชาวบ้านยางกะเดาใน 4 ตำบลรวมตัวกันเพื่อดำเนินมาตรการในโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลๆละ 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ 11 โครงการ เช่น ทำโครงการชัดเจน. 4 ตำบล รวมตัวกันทำ 11 โครงการ โครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การสร้างบ่อเก็บน้ำ การทำเกษตรพืชน้ำน้อย ซึ่งขณะนี้ได้รับเงินงบประมาณแล้วและเริ่มดำเนินโครงการในระยะแรก สำหรับเงินในโครงการกองทุนหมู่บ้าน ที่บ้านยางกะเดาก็มีความเข้มแข็ง มีการนำเงินมาใช้ก่อประโยชน์กับส่วนรวม เช่นลงทุน ทำยุ้งข้าว โรงสีข้าวหมู่บ้าน เป็นต้น
ทั้งนี้ชุมชนบ้านยางกระเดา ถือเป็นหมู่บ้านเข้มแข็งในการดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการปรับตัวของชุมชนเพื่อรองรับวิกฤติภัยแล้ง และยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ชมนิทรรศการในส่วนต่างๆ พร้อมได้ทำพิธีเปิดธนาคารข้าวชุมชน ภายใต้โครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งปี 2558 ต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี พร้อมแนะนำว่า ไม่อยากให้เป็นธนาคารข้าวอย่างเดียว แต่ต้องเป็นธนาคารการเกษตรด้วย ต้องมีการบูรณาการ ให้มีพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เมล็ดพันธุ์พืช และปุ๋ย ซึ่งนายกฯ ได้สอบถามชาวบ้านว่า ที่นี่อำเภอดอนมดแดงใช่ไหม แลัวมีมดแดงหรือไม่ ไข่มดแดงมันแพงมาก ทำไมไม่ทำให้มีรายได้เสริม อย่างการเพาะปลูกที่เอาไว้กินเอง และได้ถามชาวบ้านว่า นอกจากปลูกไว้กินเองแล้ว เหลือแล้วเอาไปไหน ซึ่งชาวบ้านก็ได้ตะโกนตอบ ว่า เอาไปขาย ทันทีชาวบ้านตอบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยอกล้อพร้อมทำท่าจะทุบและกล่าวว่า “เดี๋ยวทุบเลย เหลือก็ต้องแบ่งปัน ไม่มีเพื่อนกันหรือไง”
จากนั้นชาวบ้านได้ขอให้นายกรัฐมนตรี จับที่เชือกที่มีตัวรอกที่ไว้สำหรับการชักลากข้าวเพื่อเก็บในธนาคาร ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้ดึงเชือกและชี้ไปที่ตัวรอกได้กล่าวว่า “เป็นนายกฯ ก็เสี่ยงเหมือนโหนรอกนี่แหละ ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินตรวจเยี่ยมและพบปะประชาชนในตลาดประชารัฐอยู่นั้น ได้มีนายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย แกนนำนปช.จังหวัดอุบลราชธานี ประสานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอพบพูดคุยกับนายกฯเพื่อเสนอตนเข้าร่วมพัฒนาประเทศ โดยทันทีที่พบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับนายจำรูญศักดิ์ ว่า “เป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องช่วยกัน แล้วทำให้ดี ผิดถูกเป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ว่ากันไป ถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยวันนี้แล้วจะช่วยวันไหน สงสารประชาชนเขาไหม เราแพ้ชนะกัน แต่คนเดือดร้อนคือชาวบ้าน ข้าราชการ เดือดร้อนหมด มันไม่ได้ วันนี้ไม่ได้ว่าคุณต้องมาเข้าข้างผม หรือเข้าข้างใคร แต่ต้องทำให้ทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเขาทำเพื่อประชาชนจริงๆ โอเคไหม” นายกฯ กล่าว
โดย นายจำรูญศักดิ์ได้ตอบกลับนายกฯ ว่า พร้อมที่จะร่วมพัฒนาร่วมกัน จากนั้น นายกฯได้หยอกล้อกลับนายจำรูญศักดิ์ อย่างอารมณ์ดี พร้อมตบไหล่และโอบกอด พร้อมระบุว่า “ไม่กลัวเขาว่าอะไรหรือ” ขณะที่นายจำรูญศักดิ์ ตอบกลับว่า “ไม่กลัว เราทำเพื่อชาติ”
ทั้งนี้ นายจำรูญศักดิ์ กล่าวภายหลังด้วยว่า ที่ผ่านมาปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้ช่วยให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งหากมีการเลือกตั้งในเวลานี้ ในขณะที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ ประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าได้ ที่ผ่านมาตนพยายามพูดคุยกับแกนนำนปช.ในหลายจังหวัด ว่าให้มาช่วยกัน เพราะหากยังเป็นอย่างนี้อยู่ต่อให้อีก20 ปีข้างหน้าปัญหาก็จะไม่จบ ดังนั้นจึงต้องหยุดอยู่คนละครึ่งทาง ให้เวลานายกฯ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 เป็นต้นมา ประชาชนให้การยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น และมีอีกหลายส่วนที่ไม่แสดงออก จึงต้องมีคนกลางเข้ามา นั่นก็คือพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม การเสนอตัวสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ตนไม่กังวลว่าจะกระทบต่อแกนนำนปช.คนอื่นๆ ซึ่งในบรรดาแกนนำด้วยกันมีหลายอุดมการณ์ สิ่งที่ตนอยากได้จากรัฐบาลมากที่สุด คือจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่น และยอมรับว่าการดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือว่าเตะกล่องดวงใจคนเสื้อแดง แต่ขอให้ทำทุกอย่างตามขบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และสามารถพิสูจน์ได้ เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงต่างไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายๆเรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ได้มีการจัดมาตรการการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และเป็นไปอย่างเข้มงวดเหมือนการลงพื้นที่ทุกครั้งของนายกรัฐมนตรี ทั้งการตรวจติดบัตรและสติ๊กเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารจากองกองทัพภาค 2 รวมทั้งอาสาสมัครต่างๆ ส่งเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังในทุกพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรีตรวจปฏิบัติงาน รวมถึงมีหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดคอยสแกนพื้นที่โดยรอบ ขณะที่การตรวจค้นบุคคลเข้า-ออก ที่ทางเข้างานนอกจากต้องผ่านเครื่องแสกนโลหะแล้ว ยังมีการขึงผ้าเป็นสองห้องแบ่งเป็นชาย-หญิง เพื่อตรวจค้นร่างกายโดยละเอียด ทั้งนี้ก่อนนายกฯ จะเดินทางมาถึง ได้มีการสั่งให้รื้อถอนป้ายไวนิลขนาดใหญ่ สูงกว่า 2 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้างาน โดยมีข้อความร้องเรียนขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อดำเนินโครงการเลี้ยงโค-กระบือ ของกลุ่มสหกรณ์เกตรกรไทยพอเพียงจำกัด โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุที่ต้องมีการรื้อถอนเนื่องจากเป็นหนังสือร้องเรียน ซึ่งในพื้นที่งานก็ได้มีการจัดพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากศูนย์ดำรงธรรมไว้อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายอีกว่า ในช่วงหนึ่งที่นายกฯลงพื้นที่ีพบปะประชาชน นายกรัฐมนตรีได้ทำการเติมน้ำมันให้กับรถจักรยานยนต์ จากปั้มชุมชนที่ชาวบ้านร่วมมือกันจัดตั้งขึ้น และนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดีว่า “ วันนี้เติมน้ำมัน แต่อย่าเติมเชื้อไฟเข้าไปสร้างความขัดแย้งอีก เรามาช่วยกันทำมาหากินดีกว่า ”


