นพ.วรงค์ อัด เพื่อไทย สื่อสาร ให้สังคมไทยเข้าใจผิด ปม จำนำข้าว ชี้หากนักการเมือง มีคุณธรรม จริยธรรม เหมือนประเทศประชาธิปไตยจริงๆ ระบอบ“ปชต.”
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากติดตามความเคลื่อนไหว ของพรรคเพื่อไทยที่ออกมา ปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในโครงการรับจำนำข้าว ตนมีข้อสังเกตที่จะให้คนไทยติดตามพรรคเพื่อไทยให้ทันคือ ประการแรก พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสังเวยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์อาจจะเป็นเพราะว่าคดีทุจริตจีทูจี ของนายบุญทรงมีหลักฐานชัดเจน จนดิ้นไม่หลุด ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวแสดงความเห็นใจ หรือออกมาปกป้อง จนนายบุญทรงต้องแถลงเพื่อปกป้องตนเองแบบน้ำขุ่นๆ สรุปแล้วนายบุญทรงคงไม่รอด เพราะคนในพรรคยังไม่มีใครช่วย
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ประการที่สอง พรรคเพื่อไทยพยายามปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว ว่าไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต สิ่งที่พรรคเพื่อไทยพยายามสื่อสารคือ โครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายที่ผ่านสภา ที่สำคัญต้องการช่วยเหลือชาวนา พยายามเอาตัวเลขทางเศรษฐกิจมาอธิบายให้เห็นประโยชน์ แม้แต่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ยังพูดว่าเสียหายห้าแสนล้านบาทก็ยังคุ้ม แต่ประเด็นนี้ก็ถูกโต้กลับในมุมที่ว่า ช่วยชาวนาไม่มีใครว่า แต่ไม่อนุญาติให้โกง
“หลักฐานข้าวเน่าในโกดังร่วมหกล้านตัน พรรคเพื่อไทยพยายามสื่อสารว่า มีสัญญาระหว่างรัฐบาลกับโรงสี เจ้าของคลัง กรณีข้าวมีปัญหาเน่า หรือสูญหาย โดยพยายามเรียกร้องรัฐบาลท่านประยุทธ์ ฟ้องค่าเสียหายตามสัญญา กับเจ้าของคลังหรือโรงสี มองดูผิวเผินเพื่อต้องการสื่อสารว่า ความเสียหายนี้มีผู้รับผิดชอบเป็นรายๆแล้ว คุณยิ่งลักษณ์ไม่เกี่ยว แต่เขาลืมไปว่า ความเสียหายดังกล่าวเกิดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สำคัญมีการท้วงติง ให้ข้อมูลรัฐบาลยิ่งลักษณ์หลายครั้ง แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่สนใจ จึงไม่แปลกที่พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าคุณยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลย ทำให้พวกโกงได้ใจ” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ข้อสังเกตที่สำคัญมากคือ การออกมาปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย ไม่เคยเอ่ยถึงความเสียหาย จากการทุจริตจีทูจีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อต้องการฉีกภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากนายบุญทรง ทั้งๆที่มีหลักฐานเป็นคลิปวิดิโอชัดเจน ที่ทราบเรื่องจีทูจี และช่วยอธิบายปกป้องนายบุญทรง เพราะพรรคเพื่อไทยคงประเมินได้ว่า ถ้านำน.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับนายบุญทรงกรณีจีทูจี จะทำให้ไม่รอดตั้งแต่ยังไม่ขึ้นศาล และเพื่อต้องการให้คนไทยลืมเรื่องจีทูจีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ในภาพรวมของการทุจริต พรรคเพื่อไทยพยายามให้สื่อสารออกไปว่า แต่ละขั้นตอนมีมาตรการป้องกันการทุจริต มีทั้งสิ้นสี่มาตรการ สิ่งที่พรรคเพื่อลืมไปว่า การนำเสนอมาตรการเป็นลายลักษณ์อักษร อาจจะพอตบตาคนที่ไม่รู้เรื่องได้บ้าง แต่ความเสียหายของข้าวเป็นสิ่งเชิงประจักษ์ ทั้งทุจริตจีทูจี ข้าวถุง ข้าวเน่า นั่งร้าน ยิ่งเป็นการสะท้อนถึงการปล่อยปละละเลยอย่างแท้จริงของการบริหารโครงการจำนำข้าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ประเด็นสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทย พยายามนำมาโยง คือ คำสั่งคสช.ตามมาตร 44 โดยต้องการโยงให้เห็นว่าใช้อำนาจไม่ชอบมากลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษ์ ทั้งๆที่รัฐบาลต้องการมาคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ในการระบายข้าวเสื่อม ข้าวเน่า ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์รับเข้ามา ประเด็นนี้ตนเคยเตือน รัฐบาลประยุทธ์แล้วว่า การดำเนินคดีนักการเมืองอย่าใช้กฏหมายพิเศษ ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมปกติเท่านั้น ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นตามนั้นคือ คดีอาญาขณะนี้ก็อยู่ในชั้นศาลฎีกานักการเมือง ทั้งคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์และคดีนายบุญทรง อยู่ในชั้นศาล ก่อนที่จะมีคำสั่งคสช.เสียอีก คดีเรียกค่าเสียหายของนายบุญทรง ก็สอบเสร็จก่อนจะมีคำสั่งคสช. คดีค่าเสียหายของคุณยิ่งลักษณ์ ควรจะจบตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ก็มีการขยายมาถึงเดือนตุลาคม 2558 เนื่องจากร.ต.อ.เฉลิม และนายกิตติรัตน์ต้องการเข้าให้ข้อมูล และล่าสุดกรรมการชุดนี้ก็ขยายระยะเวลาออกไปอีกถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558 ตามข่าวทราบว่านายนิวัฒน์ธำรงค์ไปเข้าให้ปากคำ จึงเป็นการยืนยันว่า คดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์และนายบุญทรง ถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้คือบทสรุป ที่พรรคเพื่อไทยพยายามสื่อสาร ให้สังคมไทยเข้าใจผิด ถ้านักการเมืองไทยเรา มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักแสดงความรับผิดชอบ เหมือนประเทศประชาธิปไตยจริงๆ ระบอบประชาธิปไตยของไทยเรา คงพัฒนาไปได้ไกล แต่วันนี้ประชาธิปไตยต้องติดหล่ม ล้มลุกคลุกคลานก็เพราะมีนักการเมืองประเภท "ผิดแล้ว ไม่รู้จักยอม"





