สถาบันพระปกเกล้า ระบุทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เปิดประตูสร้างภูมิคุ้มกันประชาธิปไตย
วานนี้ (8พ.ย.) ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก สถาบันพระปกเกล้า ได้สรุปผลการประชุมวิชาการกลุ่มย่อย 5 หัวข้อ ในการจัดประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 17 เรื่อง “หลักนิติธรรม กับประชาธิปไตย” หรือ RULE OF LAW AND DEMOCRACY ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 8 พ.ย.58
โดยการประชุมกลุ่มย่อยหัวข้อที่ 1 นโยบายสาธารณะ กับการสร้างประชาธิปไตย ดร.สติธร ธนานิธิโชติ จากสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวสรุปว่า จากการประเมินผลการทำหน้าที่ในนโยบายสาธารณะยังถูกจำกัดโดยคนบางกลุ่ม บางพวกที่เข้าถึงอำนาจรัฐ ขณะที่กระบวนการมีส่วนร่วมยังเป็นเพียงแค่พิธีกรรม ไม่ได้ถูกนำไปบังคับใช้จริง รวมทั้งปัญหากฎหมายเก่านั้นมีจำนวนมากและขัดแย้งกันเอง ดังนั้นในการพัฒนาต้องสร้างประชาธิปไตยตั้งแต่ระดับรากหญ้าผ่านการกระจายอำนาจ ลดการกระจุกตัวของอำนาจ สร้างประชาธิปไตยที่เน้นสาระ มากกว่ารูปแบบ สร้างมิติความยั่งยืน ปฏิรูปการเมืองระดับการตัดสินใจ เช่น การจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจำรัฐสภา และการปฏิรูปกฎหมายเดิมๆ
ขณะที่กลุ่มย่อยที่ 2 หัวข้อ วัฒนธรรมการเมืองไทยกับการใช้หลักนิติธรรม นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การเมืองไทยเป็นอย่างไรนั้น หากเปรียบเป็นสำนวนภาษา ก็เช่น พวกมากลากไป ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องด้วยคาถา สุดท้ายก็พายเรือในอ่างน้ำ ใช่หรือไม่ ซึ่งยังมีระบบอุปถัมภ์ พวกพ้อง ยังมีการทุจริตคอรัปชั่น ขณะที่หลักนิติธรรม ก็เปรียบเหมือนฝนตกไม่ทั่วฟ้า ที่ยังความเสมอภาค ขาดความซื่อสัตย์ การมีส่วนร่วม โดยปัญหามีทั้งระบบและคน โดยบางครั้งสิ่งที่นิยมปฏิบัติกัน อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องก็ได้ แต่สิ่งที่ถูกต้องอาจไม่นิยมปฏิบัติกัน ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องส่งเสริมให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยเป็นวาระแห่งชาติ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และให้ทุกองค์กรของรัฐ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย
ส่วนกลุ่มย่อยที่ 3 หัวข้อ หลักนิติธรรมขององค์กรที่ใช้อำนาจรัฐ น.ส.ปัทมา สูบกำปัง นักวิชาการผู้ชำนาญการ สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ต้องจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจให้สมดุล เสริมภาคสังคมในการตรวจสอบถ่วงดุลขณะที่การตรวจสอบก็เป็นเรื่องสำคัญโดยการตรวจสอบทางการเมืองต้องผ่านกระบวนการถอดถอน ขณะที่ในรัฐธรรมนูญต้องมีการเขียนเรื่องหลักนิติธรรมไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลง
กลุ่มย่อยที่ 4 หัวข้อ สิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองในกระบวนการยุติธรรม ที่เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรมนั้น พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทย ไม่ได้ด้อยกว่าหลักสากล แต่สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ยังมีเรื่องความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม เช่น การไม่ได้รับการประกันตัวในเวลาที่เหมาะสม หรือการถูกขังที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่การแก้ปัญหานั้น ต้องจัดให้มีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน การจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมในท้องถิ่น การทำงานไร้รอยต่อแบบบูรณาการร่วมกัน
และกลุ่มย่อยที่ 5 หัวข้อ คดีทุจริตทางการเมือง และหลักนิติธรรม ความย้อนแย้งและดุลยภาพที่เหมาะสม ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การทุจริตของนักการเมืองเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ซึ่งปัญหามีทั้งเรื่องโครงสร้างและระบบ ดังนั้นการตรวจสอบต้องมีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม และต้องมีอิสระขาดจากการเมือง ขณะที่ต้องส่งเสริมข้าราชการยึดหลักธรรมาภิบาล สร้างนิติสำนึกทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต และยึดหลักนิติธรรม
ขณะที่ ดร.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้กล่าวปาฐกถาปิดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 17 เรื่อง “ หลักนิติธรรม กับประชาธิปไตย ” สรุปว่า หลักนิติธรรม เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ทำให้มีการตีความ หลักนิติธรรม มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมในมิติที่ขยายสาระมากขึ้น มากกว่าแค่การใช้กระบวนศาลหรือกฎหมาย ขณะที่ประชาธิปไตยก็ไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการหรือรูปแบบการจัดเลือกตั้งหรือเสียงข้างมาก แต่ต้องมีความชอบธรรม จริยธรรม คุณธรรมของการได้มาประกอบด้วย ซึ่งเราจะสร้างประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรมที่เหมาะสมอย่างไรก็ต้องดูทั้งหลักมาตรฐานสากล ผนวกกับความสอดคล้องแต่ละสังคม และต้องสร้างชุดความคิด ความเชื่อเรื่องหลักนิติธรรมด้วย ไม่ใช่แค่เน้นหลักการมีส่วนร่วมจากการจัดเลือกตั้งให้มีผู้แทน เราต้องสร้างประชาธิปไตยที่มีจิตวิญญาณเคารพในหลักนิติธรรม โดยประตูที่จะนำไปสู่หลักนิติธรรมเป็นหน้าที่ของเราทุกคนต้องช่วยกันทั้งนักการเมือง พรรคการเมือง ประชาชน ภาคสังคม ข้าราชการ สื่อมวลชน อย่าคาดหวังว่าหน่วยใดหน่วยหนึ่งจะเป็นคนทำ เราทุกคนต้องทำให้ประชาธิปไตยมีภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้กลับมาเหมือนเดิม ต้องทำให้สังคมตระหนักว่ากับดักคืออะไร เพื่อให้คนรู้สึกกระตือรือร้นสร้างการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การมีส่วนร่วมแบบจัดตั้ง หลักนิติธรรม กับประชาธิปไตย ไม่ใช่จะให้มีเฉพาะในรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไปถึงคุณภาพของสังคม ของคน
“ ข้อสรุปของการประชุมครั้งนี้ จากความรู้ของนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศ ยืนยันได้ว่า หลักนิติธรรม เป็นภูมิคุ้มกันประชาธิปไตยที่สำคัญกว่านั้น คือ หากสังคมไม่เป็นประชาธิปไตยเสียทีเดียว แต่หลักนิติธรรม เป็นเครื่องมือสำคัญของการอยู่ร่วมกัน ดังนั้นหากอยากให้มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ต้องลอกใคร ต้องจัดปรับชุดความคิดประชาธิปไตยออกจากขอบเขตที่เป็นเพียงกระบวนการ แต่ให้กลับมาคิดเรื่องคุณค่าเรื่องศีลธรรม ความชอบธรรม ก็จะทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ไม่หลงทาง ” ดร.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในตอนท้าย


