ผู้การฯตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังตรวจสถานบริการ ซอยคาวบอย ลั่นจะดูแลเข้มงวดรับเออีซี
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ซอยคาวบอย ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายัณย์ประเสริฐ รองผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.1บก.ทท. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รองผกก.1บก.ทท. พ.ต.ท.พินิจ ช่วยกุล รองผกก.1 บก.ทท. พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. ร.ต.อ.ปริน รัตนเพียร รองสว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวจำนวนกว่า 30 นาย ร่วมกันบูรณาการแก้ไขในปฏิบัติการตัดวงจรหลอกลวงนักท่องเที่ยว เสริมภาพลักษณ์ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ในการตัดวงจรการแสดงโชว์ลามก อนาจารแก่นักท่องเที่ยว โดยได้ลงตรวจในพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวนำร่องที่ซอยคาวบอยนับถอยหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พร้อมรถตรวจการขนาดเล็กจำนวน 2 คัน แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์รับแจ้งเหตุหากนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบปัญหา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สองเดือนนับจากนี้ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียนของผู้คนจากหลายเชื้อชาติเข้ามาในประเทศสมาชิกต่างๆ รวมถึงประเทศไทย จะทำให้นักท่องเที่ยวมีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจากความเป็นจริงแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อันทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะมีการลงตรวจในพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยว ในการดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังโดยจะใช้กำลังตำรวจท่องเที่ยวเป็นหลัก และจะมีการบูรณาการกับตำรวจในพื้นที่และภาคประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีมาตรการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงของสถานประกอบการในการโชว์ลามกอนาจารต่อนักท่องเที่ยวที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เช่นบริเวณซอยคาวบอย ซอยนานา และเส้นถนนพัฒน์พงศ์ จะดำเนินการประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ให้มีสามัญสำนึกในการให้บริการนักท่องเที่ยว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะเข้ามาดูแลความเรียบร้อย สร้างความมั่นใจ ความอุ่นใจ ให้กับนักท่องเที่ยว โดยจะไม่เน้นเรื่องการจับกุม แต่ถ้าเจอสิ่งผิดกฎหมายก็ต้องจับกุมทันที ซึ่งการเข้าตรวจในครั้งนี้ก็จะมีการพูดคุย ทำความเข้าใจกับตัวนักท่องเที่ยวเองเพื่อไม่ให้เกิดความตกใจและต้องไม่ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเสียไป โซนที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครที่ต้องมีการตรวจตราเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวยิ่งในช่วงวันลอยกระทง เช่น ซอยข้าวสาร ซอยนานา ซอยคาบอย ถนนพัฒน์พงศ์
สำหรับการตรวจครั้งนี้ก็จะตรวจสอบในเรื่องของการจำหน่ายของเกินราคา กวดขันพนักงานว่ามีการรบกวนนักท่องเที่ยวหรือไม่ โดยมีมาตรการทั้งการจับกุมตามกฎหมาย และมาตรการในการบริการ ที่จะมีการปฏิบัติควบคู่กันไป ตามนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนโยบายของ ผบ.ตร. ที่ต้องการให้ช่วยกันดูแลและสร้างความอบอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ใกล้เข้าสู่สมาคมอาเซียนก็ต้องยิ่งมีการตรวจตรา โดยเมื่อ 3 วันก่อนก็ได้มีการจับไกด์เถื่อนที่เข้ามาลักลอบทำงานในประเทศ นอกจากนี้ในปีนี้ปริมาณของนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้น ตำรวจท่องเที่ยวก็จะต้องทำการบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลก็จะต้องระดมพลจากต่างจังหวัดมาดูแลในหัวเมืองหลักในการท่องเที่ยวเช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่และภูเก็ต แต่ถึงอย่างไรก็จะไม่ทิ้งเมืองท่องเที่ยวที่รองลงมาเพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศให้นานที่สุด เงินไหลเข้าประเทศและยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก


